เรามารู้จักกระบวนการรักษาแบบหนึ่งที่เรียกว่า
ออกซิเจนบำบัด หรือโอโซนบำบัด ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ในบ้านเรา
แต่เมืองนอกทำกันมานานแล้ว ทั้งในปริมณฑลของธรรมชาติบำบัดและในวงการแพทย์แบบแผน
เพียงแต่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเนื่องจากเป็นกระบวนการรักษาที่ประหยัดยา
สิ้นเปลืองน้อย ดังนั้นจึงไม่ได้รับการส่งเสริมจากธุรกิจการค้ายา
ซึ่งเป็นจักรกลสำคัญของการแพทย์แบบแผนทั่วโลก
ชื่อจริงของของการรักษาวิธีนี้เรียกว่า
ชีวภาพบำบัดด้วยการเติมออกซิเจน (Bio oxidative
therapy) เป็นวิธีรักษาทางธรรมชาติบำบัดซึ่งเป็นที่สนใจของผู้รักสุขภาพทั่วโลกที่ไม่ชอบใช้ยา
ความจริงวิธีนี้ใช้มานานเกือบ
100 ปีแล้ว และมาตีพิมพ์ในวารสารวิชาการของการแพทย์แผนหลักตั้งแต่ปีค.ศ.1920
แพทย์อเมริกันคนสำคัญคือ นพ.ดร.ชาร์ลส์
เอช. ฟารร์ ซึ่งผลงานของเขาได้รับเสนอชื่อเพื่อชิงรางวัลโนเบลเมื่อปีค.ศ.1993
ก่อนอื่นต้องรู้ว่ากระบวนการเติมออกซิเจน
เป็นปฏิกิริยาทางชีวเคมีที่จำเป็นในการครองธาตุ(Metabolism)ของเซลล์ร่างกายอยู่ทุกวินาทีที่เซลล์มีชีวิตอยู่
และสำคัญอย่างยิ่งยวดในกระบวนการทำงานของระบบภูมิต้านทาน
ขณะที่เซลล์เม็ดเลือดขาวกำลังต่อสู้กับเชื้อโรค
เม็ดเลือดขาวชนิดที่มีจุดกระ(Granulocyte)
จะสร้างไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์บรรจุอยู่ในเมล็ดกระของตัวเอง
แล้วพ่นออกไปเพื่อให้ออกซิเจนอะตอมเดี่ยวจากไฮโดรเจนเปอร์ออกไซต์ที่ตัวเองสร้างขึ้นนั้น
ตรงเข้าไปกำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ยีสต์หรือปรสิตที่มารุกรานร่างกาย
การเติมออกซิเจนยังจำเป็นในการครองธาตุของสารโปรตีน
คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ซึ่งเป็นตัวปล่อยออกซิเจนอะตอมเดี่ยวยังสำคัญในการปรับสภาพการทำงานของฮอร์โมนเอสโตรเจน
โปรเจสเตอโรน และฮอร์โมนไทรอยด์ กระบวนการเติมออกซิเจนยังสำคัญในการใช้น้ำตาลในเลือดเพื่อให้เกิดพลังงาน
นอกจากไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์แล้วสารที่ปล่อยออกซิเจนอะตอมเดี่ยวที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งก็คือ
โอโซน สารนี้ใช้มาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่
1 เพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรคในบาดแผล ตอนหลังจึงพบอีกว่าโอโซนสามารถเจาะเยื่อหุ้มดีเอ็นเอหรืออาร์เอนเอของไวรัส
แบคทีเรียและยีสต์ และฆ่าจุลชีพเหล่านี้ได้
ในเยอรมันจึงมีวิจัยว่าด้วยการใช้โอโซนรักษาผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
ลำไส้ใหญ่อักเสบ โรคโครน (Crohn's disease)
ตั้งแต่ปี ค.ศ.1930 ตอนหลังมีหลักฐานใหม่ๆพบว่า
โอโซนสามารถใช้ร่วมรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ
เอบสไตบารร์ มะเร็ง เริมและงูสวัด ไซโตเมกาโลไวรัส
รวมถึงเอดส์ด้วย
หลังสุด
กระทรวงสาธารณสุขอเมริกันโดยกรมแพทย์ทางเลือก
สถาบันสุขภาพแห่งชาติเริ่มเปิดรับแนวคิดเรื่องการเติมออกซิเจนเป็นการรักษาทางหนึ่ง
ออกซิเจนสำคัญกับร่างกาย
ไม่ต้องบอกก็รู้
แต่รู้ในเบื้องลึกก็คือว่า ออกซิเจนเข้าไปทำหน้าที่เผาผลาญแป้งและไขมันในเซลล์
แล้วเกิดสารพลังงานตัวหนึ่งที่เรียกว่า
ATP สารตัวนี้เองที่เราใช้เพื่อต่ออายุ
ให้เราดำรงชีพ เคลื่อนไหว คิด ทำทุกอิริยาบถของชีวิต
เวลาที่คนเราขาดออกซิเจนเช่นไปแออัดอยู่ในรถเมล์หรือห้องที่อับอากาศ
เราจะรู้สึกอ่อนเพลีย มึนหัว ที่เรียกว่า
"หายใจไม่ออก" นั้น แท้ที่จริงเป็นภาวะ
"หายใจไม่ออกของเซลล์" นั่นเอง
นอกจากออกซิเจนจำเป็นกับการดำรงชีวิต
ระบบภูมิต้านทานแล้ว ออกซิเจนยังสำคัญในการต่อสู้กับมะเร็งด้วย
พึงรู้ด้วยว่าเซลล์มะเร็งเป็นเซลล์ที่ชอบภาวะออกซิเจนต่ำ
นพ.ออตโต วาร์บวร์ก ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลปีค.ศ.1966
กล่าวว่า "ภาวะนำร่องของการเกิดมะเร็ง คือภาวะขาดออกซิเจนในระดับเซลล์"
(Otto Warburg, The Prime Cause and Prevention
of Cancer (Warburg K. Triltsch, 1966)
คนเราขาดออกซิเจนได้อย่างไร?
มลภาวะในอากาศ เป็นปัจจัยสำคัญมากเมื่อสังคมเมืองเจริญขึ้น
แต่เริ่มมีคนเชื่อว่าปัจจัยนี้กำลังจะค่อยๆหมดไปสำหรับประเทศไทย
เพราะน้ำมันราคามหาโหดจะทำให้บ้านเมืองสะอาดขึ้น
คนจะสุขภาพดี
กินแต่ซากอาหาร
แหล่งอาหารที่มีออกซิเจนมากได้แก่ ผักสด
ผลไม้สด แต่อาหารสมัยใหม่กลายเป็นอาหารกระป๋องซะโดยมาก
หรืออาหารกึ่งสำเร็จรูป แม้แต่ผักสดก็ไม่ค่อยกิน
เอาแต่กินผัดผักสุกๆ น้ำผลไม้บรรจุกล่อง
เราเอาชีวิตของเราเองแนบไว้กับบัตรเครดิตจ่ายให้กับ
สรรพสินค้าทุกครั้งที่ซื้ออาหารกึ่งสำเร็จรูปและน้ำผลไม้กล่อง
อาหารกลุ่มเนื้อสัตว์
ไขมัน และผลิตภัณฑ์นมก็ถือเป็นอาหารที่มีออกซิเจนต่ำ
ซึ่งคนอเมริกันกำลังเป็นต้นแบบและคนไทยก็ดำเนินชีวิตตาม
เราจึงพากันป่วยด้วยโรคหัวใจหลอดเลือด เบาหวานและมะเร็ง
หายใจไม่เป็น เชื่อหรือเปล่าว่า
คนสมัยนี้สักแต่ว่าหายใจและหายใจอย่างไม่มีคุณภาพคือ
หายใจสั้นๆแลกเปลี่ยนอากาศแค่ 500 ซีซี.
ต่อครั้ง ขณะที่ความจุปอดของเราคือ 2,500
ซีซี. ยิ่งเวลาเราเครียด ลมหายใจจะยิ่งถี่
ยิ่งสั้น ยิ่งไร้คุณภาพ หายใจไม่เป็นก็อาจฆ่าเจ้าตัวได้
ถ้าปล่อยไว้เป็นปีๆ
ออกซิเดชั่นก็มีอันตราย
แต่แก้ได้ด้วยวิตามิน-ต้านอนุมูลอิสระ
ขณะที่เรามาเห็นถึงความสำคัญของออกซิเจนที่มีต่อเซลล์ร่างกาย
แต่ก็ต้องรู้ว่า ออกซิเจนอะตอมเดี่ยวถ้าเรารับเข้ามากมันก็คือ
อนุมูลอิสระ ซึ่งจะไปแย่งอิเล็กตรอนจากเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย
ทำให้เส้นเลือดแข็งตัว ไขมันเลือดถูกออกซิไดซ์
เม็ดเลือดขาวถูกบั่นทอน และดีเอ็นเอแปรเปลี่ยน
ก่อให้เกิดโรคหัวใจหลอดเลือด กระทั่งมะเร็งได้
ด้วยเหตุนี้แม้เราต้องการออกซิเจน
เราก็ต้องการสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อเป็นหลักประกันว่า
ออกซิเจนที่เรารับเข้าไป ถ้ามันเกิดเป็นอนุมูลอิสระมากเกินไป
วิตามินเกลือแร่ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจะช่วยเราได้ในการสะเทินฤทธิ์ของออกซิเจนอะตอมเดี่ยวส่วนเกิน
ชีวภาพบำบัด
ด้วยการเติมออกซิเจน
พอเราเข้าใจถึงลักษณะ
2 ด้านของออกซิเจนอะตอมเดี่ยวแล้ว ก็มาถึงกระบวนการรักษาที่เรียกว่าการเติมออกซิเจน
หรือเรียกกันง่ายๆว่า ออกซิเจนบำบัด หรือโอโซนบำบัด
นั่นก็คือ การเติมออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายด้วยปริมาณที่เหมาะสม
ด้วยหนทางที่เหมาะสม ซึ่งมันจะเข้าไปช่วยเรากำจัดไวรัส
แบคทีเรีย และจุลชีพ รวมทั้งเสริมภูมิต้านทานให้กระปรี้กระเปร่า
แถมสร้างสภาพแวดล้อมที่อุดมด้วยออกซิเจนให้แก่เนื้อเยื่อที่เป็นมะเร็ง
เป็นเหตุให้มะเร็งอยู่ไม่ได้ และฝ่อตัวลง
วิธีเติมออกซิเจนด้วยความดันสูง
มีหลายวิธี ได้แก่
การให้ออกซิเจนความดันสูง (Hyperbaric oxygen
therapy) วิธีนี้นักดำน้ำรู้จักดีเวลาที่ต้องพิษจากความดันที่แปรเปลี่ยนเร็วเกินไปเมื่อขึ้นสู่ผิวน้ำ
จะต้องรับการรักษาโดยใช้ออกซิเจน 100% ในห้องความดัน
2-3 บรรยากาศ วิธีนี้ยังช่วยเนื้อเยื่อยุบบวม
รักษาผู้ป่วยรับพิษคาร์บ็อนมอนน็อกไซด์
แผลเนื้อตายสร้างแก๊ส เราอาจใช้วิธีนี้ร่วมรักษาผู้ป่วยเบาหวาน
มะเร็ง สมองขาดเลือด กระทั่งกำลังมีวิจัยร่วมรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์
ในวงการกีฬาทางซีกยุโรป
กำลังนำการใช้ออกซิเจนความดันสูงร่วมรักษาบาดเจ็บจากการกีฬา
ซึ่งใช้กันมากแล้วในรัสเซีย และอีกหลายประเทศในยุโรปตะวันออก
อย่างไรก็ตาม การรักษาวิธีนี้ต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพงซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆ
(ประเทศไทยมีอยู่ที่รพ.ทหารเรือของราชนาวีไทย)
ดังนั้นจึงมีความพยายามในการใช้วิธีที่ง่ายกว่านั้นในการเติมออกซิเจน
นั่นเป็นที่มาของการรักษาด้วยการเติมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
หรือโอโซน หรือออกซิเจนเข้ากระแสเลือด ซึ่งสิ้นค่าใช้จ่ายน้อยและทำได้ง่ายกว่ากันเยอะ
แต่การเติมออกซิเจนอย่างง่ายที่ทุกคนทำได้
คือการฝึกลมปราณ ไม่ว่าจะเป็นโยคะ หรือชี่กง
นั่นเป็นมรดกตกทอดมาแต่บรรพชนมานานแล้ว มีผลในเชิงส่งเสริมสุขภาพก่อนที่จะถึงกับเจ็บป่วยแล้วต้องพึ่งพาการเติมออกซิเจนด้วยอุปกรณ์เครื่องมืออื่นๆ