แนะนำตัว Dr.Pong

แนะนำตัว Dr.Aom

Treatment Training and Activities (2)

< >

Balavi Delivery อาหารสุขภาพ

จานอร่อยเพื่อคนสุขภาพดี จานรักษาโรค ตามแพทย์แนะนำ

โยคะ เพื่อสุขภาพ

การดูแลสุขภาพที่ส่งผลดีต่อด้านร่างกาย และด้านจิตใจ

บรรยาย สัมมนาสุขภาพ

รับจัดบรรยาย สัมมนาสุขภาพ ให้กับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ

คอร์สธรรมชาติบำบัด

สอนปฏิบัติ แนะวิธีดูแลสุขภาพด้วยอาหาร ออกกำลังกาย

ไฮโดรแอโรบิค

การออกกำลังกาย เคลื่อนไหวในน้ำต่อเนื่องกัน มีความหนัก ความเบาผสมผสานกัน มีจังหวะของดนตรี

Iridology

อ่านม่านตา เข้าใจสุขภาพ และปลดล็อค Inner เพื่อ Growth Mind Set

 

ผักคาวตองหรือพลูคาว

 

ผักคาวตองหรือพลูคาวขึ้นง่าย ปลูกเป็นผักสวนครัว
หรือปลูกในกระถางก็ได้
หน้านี้มันออกดอกสีขาวน่ารัก
ใบคล้ายใบพลูหรือชะพลู
มีกลิ่นเฉพาะ ออกคาว ๆ คล้ายกลิ่นคาวปลา 
คนโบราณทางเหนือ นิยมเอามากินกับลาบ เอามาจิ้มน้ำพริก เพื่อช่วยย่อยและแก้ท้องอืดเฟ้อ

สำหรับข้อมูลที่อ้างกันว่ารักษาโรคได้สารพัดนั้น
อาจจะเกินจริงไปมาก 
เพราะที่รู้กันคือ
ในผักคาวตองมีอัลคาลอยด์ชนิดหนึ่ง 
สามารถทำลายเซลล์มะเร็งในจานเพาะเลี้ยง 
ตั้งแต่ เซลล์มะเร็งปอด สมอง ลำไส้ใหญ่ 
สามารถยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว รวมทั้งยับยั้งการเติบโตของไวรัสหวัด ไวรัสเอดส์ แบคทีเรียและเชื้อรา
โดยออกฤทธิ์ได้ปานกลาง

แต่ทั้งหมดนี้เป็นงานวิจัยในห้องทดลองเท่านั้นนะคะ
ยังไม่มีผลยืนยันทางคลินิก
แปลว่ายังไม่มีรายงานในการรักษาโรคอย่างจริงจัง
หากอยากจะกินเป็นอาหารก็อร่อยได้
แต่อย่าไปซื้ออะไรที่แพง ๆ อย่าสารสะกัด อย่างน้ำสะกัด มากิน 
เพราะไม่มีใครรับรองผลทางยาได้นะ 
นอกจากคนขายจะอวดอ้างสรรพคุณกันไปจนกลายเป็นยาวิเศษอย่างน่าตกใจ

กลุ่มอาหารลดความดันโลหิต 
(DASH : Dietary Approach to Stop Hypertension)
ศ.นพ.อนุวัตร ลิ้มสุวรรณ
 
        DASH เป็นกลุ่มของอาหารที่มีเกลือโซเดียมต่ำ ให้สารอาหารที่สำคัญอย่าง โพแทสเซียม (Potassium)แมกนีเซียม (Magnesium)และแคลเซียม (Calcium)ช่วยขยายหลอดเลือด ลดความดันโลหิต โดยผลการวิจัยในสหรัฐ พบว่า ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง แล้วรับประทานอาหารแดชต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ ความดันลดลงกว่าร้อยละ 70  โดยเน้นรับประทานผักใบเขียว ถั่วเปลือกแข็ง และผลไม้ขนาดกลางให้มาก ๆ ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ อาหารไขมันสูง รสเค็ม อาทิ น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม บ๊วย ไข่เค็ม ปูดอง ปลาร้า เนื้อเค็ม เนื้อสัตว์ติดมัน งดปรุงรสชาติอาหารด้วยผงชูรส สามารถเติมเกลือ น้ำปลา ซีอิ้ว หรือซอสปรุงรส แต่ต้องไม่มากเกิน 2/3 ช้อนชาต่อวัน
     จำกัดปริมาณน้ำมันที่ใช้ทำอาหาร ควรใช้น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง ดื่มนมถั่วเหลือง นมไขมันต่ำ หรือนมเปรี้ยว กินปลาทะเล
     โดยสรุป คือไม่กินของเค็ม อาหารไขมันสูง ทั้งต้องงดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ด้วย เพื่อสุขภาพที่ดี โรคภัยไม่มี ชีวิตจะมีความสุข ที่สำคัญมากสำหนับบ้านเราคือ ต้องงดผงชูรสอย่างเด็ดขาด
 
 

กินกาแฟดีไม่ดีอย่างไร


พญ.ลลิตา ธีระสิริ

                ธรรมชาติบำบัดใช้กาแฟในการสวน เนื่องจากกาแฟเป็นสารกระตุ้น เมื่อเราป้อนกาแฟเข้าไปให้ตับใช้โดยการสวนทวารหรือนำเอากาแฟเข้าสู่ร่างกายทางเบื้องล่าง คาเฟอีนในกาแฟ จะกระตุ้นเซลล์ตับให้ทำงานเพิ่มมากขึ้น นั่นคือตับจะจับเอาสารพิษ ขยะ และสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการที่วนเวียนอยู่ในกระแสเลือดออกทิ้งทางระบบน้ำดี ทำให้ร่างกายสะอาดกว่าเดิม
ดังนั้นเราจึงนิยมเอากาแฟมาสวน เพราะทั้งถูก ทั้งปลอดภัยกว่าการใช้ยาเคมี และทำได้ง่าย ใคร ๆ ก็สามารถทำเองได้ที่บ้าน
แต่ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็กินกาแฟ สมควรที่ผู้รักสุขภาพจะต้องรู้ถึงผลดีผลเสียของการกินกาแฟด้วย

คนชอบกินกาแฟ คนติดกาแฟก็มักจะอ้างประโยชน์ของกาแฟ เช่น ทำให้กระปรี้กระเปร่า ป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันอัลไซเมอร์ ฯลฯ
ส่วนคนไม่กินกาแฟก็มักจะโทษผลเสียของกาแฟ เช่นทำให้นอนไม่หลับ ทำให้ใจสั่น ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ฯลฯ แล้วที่จริงประโยชน์และโทษของกาแฟเป็นเช่นไร

10 ข้อเสียของกาแฟ

กาแฟมีข้อเสียอย่างที่เรารู้ ๆ กัน คือ
           1. กาแฟทำให้นอนไม่หลับ คาเฟอีนกระตุ้นระบบประสาทของเรามากเกินไปนั่นเอง คนเราแต่ละคนน่าจะรู้ตัวว่ากินกาแฟได้มากน้อยแค่ไหน และกินตอนไหนจึงจะไม่รบกวนการนอน แต่สำหรับคนมีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับ ควรงดกาแฟ
           2. กาแฟทำให้ความดันเลือดสูงขึ้นภายใน 2-3 ชม. หลังดื่ม โดยเฉพาะหากดื่มมากกว่า 2 แก้วขึ้นไป
           3. การดื่มกาแฟทำให้โรคเก๊าท์กำเริบ
           4. ในผู้สูงอายุ กาแฟทำให้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
           5. ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ หากใครดื่มเป็นประจำแล้วปวดศีรษะ ทางเดียวที่จะหายได้คือ งดกาแฟเสีย
           6. กาแฟทำให้เสาะท้อง รบกวนการย่อยของระบบอาหาร ทำให้โรคกระเพาะกำเริบ ใครเป็นโรคกระเพาะ อาหารไม่ย่อยควรงดดื่มกาแฟ
           7. ในผู้ป่วยเบาหวาน จะทให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดยากข้น
           8. ผู้หญิงวัยทอง หากดื่มกาแฟ จะทำให้อาการวัยทองเพิ่มมากขึ้นกว่าคนอื่นเขา
           9. ผู้หญิงวัยเจริญพันธ์จะมีลูกยาก
         10. ในรายที่ไวต่อกาแฟ หรือแพ้กาแฟ จะทำให้ป่วย เนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจจะบีบตัวแรง กระทบกระเทือนระบบไหลเวียนของเลือด หากมีโรคประจำตัวบางครั้งทำให้ป่วยหนักถึงตายได้

การศึกษาที่บอกว่ากาแฟมีผลดีต่อสุขภาพ

            อาจจะเพราะแทบจะทุกคนกินกาแฟ แต่ไม่เห็นใครป่วยเป็นอะไรนี่ ข้อเสียที่ยกมาข้างต้นบางคนก็ไม่เห็นเป็นอะไร จึงมีงานศึกษา ในผู้ดื่มกาแฟมากมาย ยกตัวอย่างเช่น พยาบาลในฮาร์วาร์ดติดตามสุขภาพของคน 130,000 คน ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำนาน 20 ปี แล้วพบว่าคนจำนวนนี้ก็เหมือนกับคนที่ไม่ดื่มกาแฟเลยในแง่ของอัตราการตายจากโรคหัวใจและโรคมะเร็ง ฯ
จึงมีผู้มองกาแฟในแง่ดี คือนักวิทยาศาสตร์พบว่าในกาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระปริมาณมาก รวมทั้งมีสารต้านอาการอักเสบ เช่นเดียวกับที่พบมากในผักและผลไม้ ดังนั้นกาแฟอาจจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพดังต่อไปนี้

            1. กาแฟอาจจะช่วยลดอัตราเสี่ยงของ โรคหัวใจและอัมพาต
สมาคมโรคหัวใจของอเมริกากล่าวว่าหากดื่มกาแฟวันละ 3 แก้วจะช่วยลดอัตราเสี่ยงของโรคหัวใจ รายงานในผู้หญิงอเมริกัน 80,000 คน พบว่ากาแฟช่วยลดอัตราป่วยด้วยอัมพาตลง 20%
ในสวีเดนมีการศึกษาในผู้หญิง 30,000 คนที่ดื่มกาแฟ วันละ1 แก้ว เป็นเวลานาน 10 ปี ก็พบว่าลดอัตราป่วยด้วยอัมพาตลงเช่นกัน

            2. กาแฟทำให้ความจำดีและอาจจะช่วยลดอัตราเสี่ยงของอัลไซเมอร์
ในฟินแลนด์และสวีเดน มีรายงานเกี่ยวกับคนกินกาแฟวันละ 3-5 แก้ว จำนวน 1,400 คน นานกว่า 20 ปี พบว่ามีความทรงจำที่ดีกว่าคนไม่ได้กินกาแฟ ทั้งนี้ผลที่เกิดขึ้นอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับคาเฟอีน แต่อาจจะเพราะในกาแฟมีแมกเนเซี่ยมและโครเมี่ยมสูงเสียมากกว่า
สำหรับคนที่เป็นเบาหวานซึ่งมีปัญหาการไหลเวียนของเลือดอยู่แล้ว ปรากฏว่ากาแฟทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น ทำให้ความจำดีกว่า
            3. กาแฟช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในรายที่เป็นเบาหวาน
เนื่องจากการที่กาแฟมีแมกเนเซี่ยม และโครเมี่ยมมาก กาแฟที่ไม่ใส่น้ำตาลจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดในรายที่เป็นเบาหวานถูกควบคุมได้ดีกว่าเดิม
            4. กาแฟอาจจะช่วยป้องกันมะเร็ง
มีรายงานว่า กาแฟช่วยลดอัตราเสี่ยงของมะเร็งมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านมบางชนิด และมะเร็งผิวหนังที่พบบ่อย

กินกาแฟแต่พอดี

ข้ออ้างของคนที่ติดกาแฟทุกวันนี้คือ กาแฟนั้นอาจจะมีประโยชน์ ดังข้อมูลที่ยกมาเบื้องต้น แต่การกินกาแฟที่จะให้ประโยชน์นั้นควรกินแต่พอดี

อะไรคือความพอดี

ทุกวันนี้กาแฟที่เรากินกัน พอยกตัวอย่างให้เห็นปริมาณคาเฟอีน ดังนี้ คือ

เอสเพรสโซ่ 30 ซีซี มีคาเฟอีน 40-75 มก.

เอสเพรสโซ่ ดีแคฟ ก็ยังมีคาเฟอีน คือ ประมาณ 15 มก.

กาแฟสำเร็จรูป 240 ซีซี มีคาเฟอีน 27-173 มก. แล้วแต่ยี่ห้อ

กาแฟสด 240 ซีซี มีคาเฟอีน 100-160 มก. แล้วแต่ร้านและแล้วแต่ยี่ห้อ เช่นเดียวกัน

             การกินกาแฟที่มีความพอดีคือ คนแราแต่ละคนควรได้รับคาเฟอีนวันละไม่เกิน 300 มก. หรือเท่ากับประมาณวันละ 3-4 แก้วของกาแฟสด หรือเท่ากับ 5 แก้วของกาแฟสำเร็จรูป
ทั้งนี้ทั้งนั้นอ้างอิงจากงานวิจัยที่ว่าหากผู้หญิงท้องกินกาแฟที่มีคาเฟอีนไม่เกิน 200 กรัม จะไม่ทำให้แท้ง หรือไม่มีอันตรายต่อเด็กในท้อง
อย่างไรก็ตามคุณควรมีความรู้ว่ากาแฟจะให้คาเฟอีนสูงสุดในกระแสเลือด 30-45 นาทีหลังดื่ม และผลของกาแฟจะอยู่ในร่างกายนานประมาณ 10 ชม. และคาเฟอีนถูกกำจัดออกจากร่างกายที่ตับ

คนที่ไม่ควรดื่มกาแฟ หรือเลิกดื่มกาแฟเสีย คือ

          1. คนที่มีอาการปวดศีรษะเป็นประจำ

          2. คนที่นอนไม่หลับ

          3. คนที่มีโรคตับ

          4. คนที่เป็นมะเร็ง

          5. คนที่แพ้กาแฟ

           6. คนที่มีอาการไวต่อกาแฟ

สรุปแล้ว พิจารณาให้ดีก็แล้วกันว่าจะกินกาแฟ จะเลิกกาแฟ หรือจะกินแต่พอดีอย่างไร

 

Page 1 of 4

News feed