กิจกรรมเพื่อสุขภาพ

< >

Balavi Delivery อาหารสุขภาพ

จานอร่อยเพื่อคนสุขภาพดี จานรักษาโรค ตามแพทย์แนะนำ

โยคะ เพื่อสุขภาพ

การดูแลสุขภาพที่ส่งผลดีต่อด้านร่างกาย และด้านจิตใจ

บรรยาย สัมมนาสุขภาพ

รับจัดบรรยาย สัมมนาสุขภาพ ให้กับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ

คอร์สธรรมชาติบำบัด

สอนปฏิบัติ แนะวิธีดูแลสุขภาพด้วยอาหาร ออกกำลังกาย

ไฮโดรแอโรบิค

การออกกำลังกาย เคลื่อนไหวในน้ำต่อเนื่องกัน มีความหนัก ความเบาผสมผสานกัน มีจังหวะของดนตรี

 

อดล้างพิษ 1 วัน 

✍️ การล้างพิษเป็นวิธีหนึ่งของธรรมชาติบำบัด เพื่อขจัดสารพิษที่สะสมอยู่ในร่างกาย สร้างเงื่อนไขให้ร่างกายสมานคืนฟื้นสุขภาพได้ด้วยตนเอง

✍️ ล้างพิษ 1 วัน เป็นวิธีที่ผู้รักสุขภาพนิยมใช้ สะดวกและง่ายในการปฏิบัติ คนแข็งแรงปกติ แนะนำให้อดทุก 2 สัปดาห์ สำหรับผู้ที่มีโรคภัยไข้เจ็บ ต้องการใช้การล้างพิษบำบัดรักษาโรคที่เป็นอยู่แนะนำให้อดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

✍️ วิธีปฏิบัติ กินผลไม้ชนิดเดียวตลอดวัน ควรเลือกผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น มะละกอ ฝรั่ง ส้ม ส้มโอ ชมพู่ มะม่วง แอปเปิ้ล สาลี่ แคนตาลูป แตงโม ฯลฯ จะเลือกกินชนิดใดก็กินแต่ชนิดนั้นไปตลอดทั้งวันเท่าที่ร่างกายต้องการ

✍️ เลิกอด เมื่ออดครบถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ให้ดื่มน้ำผสมมะนาวและเกลือ โดยผสมน้ำเปล่า 800 cc. 2 ขวด กับมะนาว 4 ลูก และเกลือทะเล 3 ช้อนชา (แบ่งใส่ขวดละ 1½ ช้อนชา (ค่อย ๆ ดื่มเข้าไปเท่าที่จะดื่มได้จนหมด จากนั้นจะรู้สึกอยากถ่ายอุจจาระ ซึ่งจะพบว่ามีอาการถ่ายเหลว เนื่องจากปริมาณน้ำที่ดื่มและปริมาณวิตามินซีที่รับเข้าไปจากน้ำมะนาว วิธีนี้ช่วยให้ทางเดินอาหารสะอาดขึ้น

 

 

✍️ การอดแบบล้างพิษ 1 วัน ใช้ได้อย่างดีสำหรับรักษาโรคด้วยตนเองตามแนวธรรมชาติบำบัด เช่น

 - โรคอ้วน
- โรคไขมันเลือดสูง 
- โรคข้ออักเสบ
- ข้อเสื่อม
- โรคไมเกรน
- โรคเครียด
- โรคนอนไม่หลับ
- โรคภูมิแพ้ 
- โรคหอบหืด
- โรคท้องผูก
- โรคกระเพาะลำไส้ระคายเคือง
- โรคกระเพาะ

✍️รวมถึงอาการไม่สบายต่าง ๆ ที่ยังไม่ถึงกับเป็นโรคโดยเด่นชัด เช่น

- อาการมึนซึม
- ปวดเมื่อยตัว
- อ่อนเพลีย 
- ไม่กระปรี้กระเปร่า
- ไม่มีเรี่ยวแรง

ร้อนใน ยามเปลี่ยนฤดู

จากหน้าร้อนแล้งจัด ร่างกายของเรากรุ่นไปด้วยความร้อน เมื่อผ่านเข้าสู่ฤดูฝน อากาศเย็นลง
แต่ความร้อนสะสมในร่างกายยังมีมาก
ทำให้เกิดอาการ ร้อนรุ่มในร่างกาย ครั่นเนื้อครั่นตัวไม่สบาย นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย มึนศีรษะ ปวดศีรษะ บางคนมีความดันเลือดสูงขึ้น กินข้าวไม่ลง น้ำหนักตัวลด ปัสสาวะร้อนและมีน้อย ท้องผูก ท้องอืดเฟ้อ อาจจะมีแผลร้อนในปาก เป็นต้น
ในผู้สูงอายุ ทึ่เลือดลมเดินไม่ดี จะมีอาการเหล่านี้รุนแรงมากกว่าคนวัยหนุ่มสาว

 

ยามนี้คนไทยโบราณนิยมปรับธาตุเพื่อเสริมสุขภาพเช่น

• กินของขม ดับอาการตะครั่นตะครอ เช่น ดอกแค ยอดมะระขี้นก แกงขี้เหล็ก ฝักเพกา เป็นต้น
• กินอาหารฤทธิ์เย็น ดับร้อน เช่น หน่อไม้ ใบย่านาง ใบบัวบก
• กินอาหารรสเปรี้ยว เช่น ยำมะม่วง ยำกระท้อน กินยอดมะขาม ยอดสัมป่อย ต้มใส่ปลา หรือเห็ด อาศัยรสเปรี้ยวมาเพิ่มภูมิต้านทานป้องกับไข้เปลี่ยนฤดู
• กินเมี่ยงคำปรับธาตุ ที่สำคัญคือการกินใบชะพลู
• ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อหล่อลื่นการไหลเวียนของเลือด จะได้อาศัยน้ำเลือดระบายเอาความร้อนออกไปเป็นเหงื่อ ในระยะนี้ คนโบราณจึงนิยมต้มน้ำมะตูมดื่มคลายร้อน

 

สำหรับยาสมุนไพรที่สามารถใช้คลายร้อนได้ เช่น

• ยาหอม โดยทั่วไปเป็นยาเย็น การที่เอายาหอมมาละลายน้ำ จะทำให้ได้น้ำไปลดความร้อนในเวลาเดียวกัน
• ยาเขียว ที่เป็นแท่ง ฝนละลายน้ำ กินแล้วอาการครั่นเนื้อครั่นตัวจะทุเลาลง
• ยาขม หรือน้ำจับเลี้ยง ที่มีส่วนผสมของดอกเก็กฮวย ใบไผ่ เม็ดในเพกา หล่อฮั้งก้วย ฯลฯ ก็สามารถดับร้อนในร่างกายได้

การสวนกาแฟก็ช่วยได้ เพราะจะแก้อาการท้องผูกในขณะที่ช่วยล้างพิษตับ เป็นการขับความร้อนสะสมออกไปนอกร่างกายได้เร็วขึ้น อย่าลืมว่าสวนกาแฟทุกครั้ง จะต้องตามด้วยการกินโสม 1 เม็ด กับขมิ้นชัน 5 เม็ด เพื่อการขับสารพิษออกนอกร่างกายจะหมดจดยิ่งขึ้น

สุดท้าย การแช่น้ำในสระน้ำ เดินออกกำลังในระดับความลึกของน้ำเพียงอก จะช่วยทำให้ผ่อนคลาย คลายร้อน ประกอบกับการออกกำลังกาย จะทำให้คลายเครียด และนอนหลับได้ดีขึ้น
การนอนหลับที่ดี หลับลึก จะช่วยกำจัดความร้อนออกจากร่างกายได้เร็วยิ่งขึ้นด้วย เพราะร่างกายจะกำจัดความร้อนออกไปได้ดี ก็ต่อเมื่อนอนหลับได้ดี

มาตรการที่กล่าวมาอาจจะต้องทำไปพร้อม ๆ กันทั้งหมด จึงจะเห็นผลในการลดความร้อนในร่างกายลง

อันตรายของ PM2.5 ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะต่อเด็กทารก เผยแพร่โดยองค์การยูนิเซฟ
ดูรายละเอียดได้ตามคลิปข้างล่างนี้นะคะ

โดยสรุป PM2.5 เมื่อเข้าสู่ร่างกาย
ผ่านปอดไปตามกระแสเลือด
จะมีผลต่อระบบภูมิต้านทาน หลอดเลือด หัวใจ ปอด 
และสมองที่กำลังมีพัฒนาการของเด็กเล็ก
ทำให้เด็กเติบโตมามีปัญหาในการเรียนรู้ ความทรงจำ 
การควบคุมอารมณ์ และสมองเสื่อมก่อนวัย
และจะทำให้มีอัตราเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงเพิ่มขึ้นมากกว่าได้แก่
อุบัติเหตุทางสมอง (เส้นเลือดในสมองแตก ตีบ ตัน)
โรคหัวใจ โรคหลอดลม โรคปอด และมะเร็งปอด

ยูนิเซฟเสนอให้ป้องกัน
โดยให้ใช้วิตามินอี วิตามินซี และโอเมก้า 3

แปลว่าอาหารเด็กควรจะเป็นข้าวกล้อง ผักสดผลไม้สด และปลา


ข่าวสารสุขภาพ



TripAdvisor