.                    

 

กิจกรรมเพื่อสุขภาพ

< >

Balavi Delivery อาหารสุขภาพ

จานอร่อยเพื่อคนสุขภาพดี จานรักษาโรค ตามแพทย์แนะนำ

โยคะ เพื่อสุขภาพ

การดูแลสุขภาพที่ส่งผลดีต่อด้านร่างกาย และด้านจิตใจ

บรรยาย สัมมนาสุขภาพ

รับจัดบรรยาย สัมมนาสุขภาพ ให้กับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ

คอร์สธรรมชาติบำบัด

สอนปฏิบัติ แนะวิธีดูแลสุขภาพด้วยอาหาร ออกกำลังกาย

ไฮโดรแอโรบิค

การออกกำลังกาย เคลื่อนไหวในน้ำต่อเนื่องกัน มีความหนัก ความเบาผสมผสานกัน มีจังหวะของดนตรี

 

ฟื้นสมรรถภาพตับยามเข้าพรรษา

 

           ทุกวันนี้เป็นยุคของการรณรงค์เลิกเหล้า ถึงกับมีข้อเรียกร้องให้ “เลิกเหล้าเข้าพรรษา” นัยว่าคนที่กินเหล้ามาทั้งปี ควรจะต้องให้ตับพักร้อนเสียบ้าง อย่างน้อย 3 เดือนในระยะเข้าพรรษาก็ยังดีกว่าการกินเหล้ากันทั้งปี

หลาย ๆ คนพอเข้าพรรษาก็เลิกเหล้าได้โดยเด็ดขาด แต่พอออกพรรษาก็เมาเหมือนเดิม ที่จริงไหน ๆ ก็ไหน ๆ ไม่ได้กินเหล้ามาตั้งนาน ก็น่าจะถือโอกาสเลิกเหล้าไปเลยไม่ดีกว่าหรือ จะได้ถนอมตับซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ และมีอยู่อันเดียวให้ทำงานรับใช้เราไปนาน ๆ สุขภาพของคุณก็จะดีขึ้น

           ตับมีหน้าที่หลายประการ 
            ตับเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักมาก เพราะมีเลือดไหลผ่านตับมากถึงนาทีละ 1.4 ลิตร เวลาตับทำงานจะเกิดความร้อน หากตับทำงานมากเราก็จะรู้สึกร้อนมาก นี่อธิบายว่าทำไมเวลาคุณกินเหล้า คุณจึงรู้สึกร้อน เวลากินอาหารมื้อหนัก ๆ ก็ร้อนมากกว่าการกินอาหารมื้อเบา ๆ ซึ่งตรงกับที่แพทย์แผนจีนว่าไว้ว่า ถ้าตับมีปัญหาจะเกิดอาการร้อนใน
ตับของเรามีหน้าที่สำคัญ ๆ มากมาย เช่น ย่อยสลายไขมันที่เรากินเข้าไป ให้แตกตัวแล้วซึมเข้าสู่ร่างกายให้ตัวเราเอาไปใช้ หน้าที่ของตับที่สำคัญยิ่งอีกอย่างหนึ่งคือการขับสารพิษออกจากร่างกาย ไม่ว่าคอเลสเตอรอลที่ล้นเกิน สารเคมี หรือ ของเสียอื่นที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ตับจะทำหน้าที่ดึงเอาสารพิษเหล่านี้ออกจากกระแสเลือดแล้วขับออกนอกร่างกายทางน้ำดีและไต
แอลกอฮอล์เป็นสารที่ร่างกายไม่พึงประสงค์ ดังนั้นเมื่อเรากินเข้าไปตับจึงต้องทำหน้าที่ดึงเอาเหล้าออกมาจากกระแสเลือด ตามหน้าที่ของมัน 
แต่การดึงเอาสารพิษออกมาจากเลือด สารพิษก็ยังคงเป็นสารพิษมันจะทำลายเนื้อตับให้พังได้ ดังนั้นคนกินเหล้ามาก ๆ จึงไม่พ้นที่จะมีอาการตับแข็ง เพราะแอลกอฮอล์จะไปทำลายเนื้อตับบางส่วนให้เสียไป เนื้อตับส่วนที่เสียจะกลายเป็นพังผืด ทำให้ตับของคนกินเหล้ามีขนาดเล็กลง และแข็งกว่าเดิม แต่ถ้าหยุดเหล้าได้ทันท่วงที และซ่อมบำรุงตับของเราเสียบ้าง ก็จะสามารถถนอมตับของเราให้ใช้ไปได้นาน ๆ

            อาการเริ่มแรกของตับเสื่อม
              อาการของโรคตับเป็นอาการที่ไม่ชัดเจน ซึ่งทำให้ส่วนมากชะล่าใจ และยังคงดื่มต่อไป ภัยจากโรคตับนั้นจะมาอย่างเงียบ ๆ เสมอ หลายคนที่พอรู้ตัวก็มักจะสายเกินแก้ เพราะว่าเนื้อตับก็จะเหลือที่ดีอยู่ไม่ถึง 30% 
อาการของโรคตับในระยะแรกมักจะเริ่มต้นด้วยอาการ อาหารไม่ย่อย ท้องอืด คลื่นไส้หลังกินอาหารมัน ๆ น้ำหนักตัวเพิ่ม ส่วนมากจะลงพุง ท้องผูก ร้อนในง่าย ลิ้นเป็นฝ้า เริ่มมีกลิ่นปาก เฉื่อยเนือย ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน หากใครมีอาการเช่นนี้สมควรระวังตัวเอาไว้ และควรเลิกเหล้าได้แล้ว

              อาการของโรคตับที่รุนแรงขึ้นเนื่องจากเซลล์ตับ
ทำงานได้น้อยเต็มที มีดังนี้คือ ตัวเหลืองตาเหลือง ท้องบวมน้ำ ขาบวม อีดอาดมากขึ้น เหนื่อยง่าย จิตใจสับสน ฝ่ามือมีสีแดงเข้ม มีเลือดออกในกระเพาะลำไส้ ซึ่งจะรักษาได้ยากเต็มที

             การฟื้นสมรรถภาพตับ
               ถึงฤดูกาลเข้าพรรษา น่าจะถือเอาเป็นฤดูกาลของการฟื้นฟูสมรถภาพของตับเสียเลย ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตนเอง ดังนี้

               1. ดื่มน้ำผลไม้คั้นสด ๆ วันละอย่างน้อย 2 แก้ว
ให้เริ่มฟื้นสมรรถภาพตับด้วยการดื่มน้ำคั้นจากผลไม้สด ๆ คั้นเดี๋ยวนั้นดื่มเดี๋ยวนั้น เนื่องจากคนที่กินเหล้าประจำเมื่อเลิกเหล้ามักจะเกิดอาการอ่อนเพลีบ เฉื่อยเนือย น้ำผลไม้สดมีน้ำตาลและวิตามินบี จะเพิ่มพลังงานได้ดี
อาหารที่จำเป็นสำหรับการซ่อมบำรุงตับของเราได้แก่ อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรท คุณคงเคยได้ยินมาแล้วว่าหากเป็นโรคตับ ควรกินน้ำหวาน น้ำตาลนั่นแหละคือคาร์โบไฮเดรทที่จำเป็นสำหรับการซ่อมสร้างตับ แต่ในทางธรรมชาติบำบัดไม่สนับสนุนให้กินน้ำตาลหวาน ๆ ในที่นี้ หากใช้น้ำผลไม้คั้นสด ๆ แทนจะดีกว่า
คนติดเหล้าจำนวนหนึ่งไม่ชอบกินข้าวเพราะกินเหล้าก็อิ่ม แอลกอฮอล์เมื่อเข้าสู่ร่างกายส่วนหนึ่งกลายไปเป็นน้ำตาล ทำให้คนกินเหล้าอยู่ได้โดยไม่ต้องกินข้าว พอเลิกเหล้า บางคนก็ยังมีความเคยชินไม่กินข้าวอยู่ ทำให้ร่างกายยิ่งทรุดโทรม อ่อนเพลียไม่มีแรง 
ดังนั้นในระยะนี้จำเป็นที่คนเลิกเหล้าต้องกินอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลเข้าไปด้วย

               2. ต้องกินข้าวกล้อง 
ตับต้องการวิตามินบีหลายตัวและวิตามินอี เข้าไปซ่อมสร้างตัวเอง วิตามินบีเหล่านี้ได้มาจากข้าวกล้อง วิตามินอีอยู่ตรงจมูกข้าว หากจะเลิกเหล้าก็หันมากินข้าวกล้องแทนข้าวขาวก็จะได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องหันมากินวิตามินบี วิตามินอีเป็นเม็ด

               3. ให้ตับพักงานเสียบ้าง
ตับมีหน้าที่หลายอย่าง ถ้าตับถูกแอลกอฮอล์ทำลายมาหลายเดือนแล้วก็ควรให้มันได้พัก ซ่อมแซมตัวเองบ้าง ทีคนยังมีวันพักร้อนเลย วิธีตัดการทำงานของตับลงได้แก่ การงดกินของมัน ๆ งดนม ผลิตภัณฑ์จากนม งดครีมเทียม งดกะทิ ไม่กินของทอด ของผัดเลยได้ยิ่งดี เพราะอย่างน้อยหน้าที่ของตับส่วนที่จะต้องย่อยไขมันจะได้พักงานเสียบ้าง

               4. เร่งการขับสารพิษของตับ
ควรรู้ไว้ว่า แอลกอฮอล์ที่กินเข้าไปยังคงค้างอยู่ในเนื้อตับ ถึงแม้ว่าจะงดเหล้าแล้ว สารพิษจากแอลกอฮอลยังคงค้างอยู่ในร่างกาย หากอยากเร่งการขับสารพิษออกก็ต้องเร่งให้ตับขับแอลกอฮอล์ออกมาให้มากที่สุด จะได้ทำลายเนื้อตับให้น้อยที่สุด วิธีการทำได้คือการสวนด้วยกาแฟ อาศัยคาเฟอีนในกาแฟไปกระตุ้นตับให้ขับสารพิษออกมาจากร่างกาย ดังนั้นใครอยากฟื้นฟูสมรรถภาพตับให้สวนกาแฟด้วยตนเองทุกวันในระยะนี้
สำหรับการสวนกาแฟนั้นคนรู้เรื่องกันมากแล้ว แต่จำเป็นต้องย้ำในที่นี้ว่า แรงดันที่จะใช้ในการสวนกาแฟควรไม่เกิน 90 ซม. ตามข้อกำหนดของกรมแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข จึงจะปลอดภัย หมายความว่า ก้นกระป๋องสวนกับก้นของเราควรอยู่ห่างกันตามแนวดิ่งไม่เกิน 90 ซม.

 

              5. กินสารอาหารเสริมอื่น ๆ ได้แก่ กลูตาไทโอน โสม ขมิ้นชัน เป็นต้น โดยหาจากอาหาร

 

กลูตาไทโอนสามารถหาได้จากพืชผักที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม หอมแดง หอมใหญ่ กะหล่ำทุกประเภท ผักใบเขียว หากหาอาหารเหล่านี้มากินได้ในระยะนี้จะช่วยฟื้นฟูตับได้มาก 
หันมาตุ๋นโสม หรือกินขมิ้นชัน บำรุงตับในระยะนี้ก็ดี
ทั้งกลูตาไทโอน โสม และขมิ้นชันจะช่วยกระบวนการขับสารพิษของตับให้หมดจดยิ่งขึ้น ในระยะนี้เราต้องการทำความสะอาดตับจากแอลกอฮล์อยู่แล้วจึงควรหาอาหารดังกล่าวมากินเป็นประจำ

              6. ในระยะนี้น่าจะถือโอกาสเช็คสมรรถภาพตับเป็นอย่างไร
ลองตรวจเลือดหาสมรรถภาพของตับดู และทำอัลตร้าซาวด์เพื่อดูว่ามีไขมันพอกตับไหม? ตับเริ่มจะแข็งหรือยัง?
ถ้าตรวจพบว่ามีความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่ง นั่นแปลว่าควรเลิกเหล้าอย่างเด็ดขาดได้แล้ว
หากตรวจเลือดพบว่าเอนไซม์ตับเพิ่มมากขึ้น หรือมีวี่แววว่าเริ่มจะมีอาการของตับแข็งแล้ว ให้กินสารสมุนไพรชนิดหนึ่งชื่อไซลิมาริน ซึ่งสะกัดมาจากต้นมิลค์ทริสเทิล แดนดิไลออน อาร์ติโช้ค เป็นต้นร่วมด้วย ภายใน 3 เดือน เอนไซม์ตับก็จะลดลงได้เอง

ข่าวสารสุขภาพ



Facebook

TripAdvisor