.                    

 

กิจกรรมเพื่อสุขภาพ

< >

Balavi Delivery อาหารสุขภาพ

จานอร่อยเพื่อคนสุขภาพดี จานรักษาโรค ตามแพทย์แนะนำ

โยคะ เพื่อสุขภาพ

การดูแลสุขภาพที่ส่งผลดีต่อด้านร่างกาย และด้านจิตใจ

บรรยาย สัมมนาสุขภาพ

รับจัดบรรยาย สัมมนาสุขภาพ ให้กับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ

อาหารเพื่อสุขภาพ

ดูแลสุขภาพแม่ พระในบ้าน : พญ.ลลิตา ธีระสิริ

คอร์สธรรมชาติบำบัด

สอนปฏิบัติ แนะวิธีดูแลสุขภาพด้วยอาหาร ออกกำลังกาย

ไฮโดรแอโรบิค

การออกกำลังกาย เคลื่อนไหวในน้ำต่อเนื่องกัน มีความหนัก ความเบาผสมผสานกัน มีจังหวะของดนตรี

ใกล้วันแม่
ให้ความสนใจคนกำลังจะเป็นแม่กันนะคะ
อาหารหญิงตั้งครรภ์ค่ะ

พญ.ลลิตา ธีระสิริ

 

        

        แม่ที่กำลังตั้งครรภ์มีภาระดูแลทั้งสุขภาพของตนเองและของลูกในท้อง ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงอาหารในชีวิตประจำวันยามตั้งครรภ์จึงมีความสำคัญยิ่ง

        ประการแรกเพราะลูกน้อยกำลังเติบโตขึ้นทุกวัน ทำอย่างไรลูกจึงจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเต็มที่

        ประการที่สอง เป็นประเด็นของตัวแม่เอง ทำอย่างไรการเลี้ยงดูคนสองคนในร่างเดียวกันจะทำให้มีสุขภาพดี แต่ว่าไม่อ้วน

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเด็กในท้องในแต่ละระยะของการตั้งครรภ์ต้องการปริมาณอาหารไม่เท่ากัน ในสามเดือนแรกลูกตัวเล็กนิดเดียว เท่าหัวแม่มือของเราได้มั้ง เขาจะต้องการอาหารมากมายขนาดไหนกัน แต่ถึงจะมีอายุครรภ์มากขึ้นเด็กก็ไม่ได้ต้องการอาหารเป็นกระบุง ๆ 
ที่กล่าวอย่างนี้ก็เพื่อทำความเข้าใจกับแม่ที่ตั้งครรภ์ว่า “อย่าได้กินเผื่อลูก” เป็นอันขาด หากถือเอาลูกเป็นข้ออ้าง มีหวังแม่ได้อ้วนทุกรายไป คลอดลูกแล้วก็จะยังมีน้ำหนักเป็นสิบ ๆ กิโลกรัมให้เป็นภาระในการลดน้ำหนัก
แต่ที่คนท้องอ้วนเอา ๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ เพราะหากใครแพ้ท้อง สามเดือนแรกของการตั้งครรภ์ที่กินอะไรไม่ค่อยได้ จะส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจให้ปฏิบัติการกินทดแทนเมื่อย่างเข้าสู่การตั้งครรภ์ในเดือนที่สี่ คราวนี้แหละแม่อยากกินอะไรก็จะกินมากเกินไป แล้วพลังงานที่เหลือใช้ก็จะถูกสะสมเป็นไขมันใต้ผิวหนัง แล้วน้ำหนักก็ขึ้นเอา ๆ แบบเบรกไม่อยู่ แถมยังมีปัจจัยเรื่องฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้อวบอ้วนง่ายกว่ายามปกติอีก

 

           สาเหตุอีกประการหนึ่งที่ผู้หญิงตั้งครรภ์มักจะอ้วนเพราะตามใจปาก ประกอบกับกินอาหารไม่ครบส่วน ยิ่งกินไม่ครบส่วน ร่างกายก็จะประท้วงให้หิวอีกเพราะสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ร่างกายยังไม่ได้รับเลย ยกตัวอย่างเช่น แม่ชอบกินแต่ขนมหวาน ... นี่แหละอ้วนดีนักแล... การกินหวานที่มากเกินไป กินแต่น้ำตาล ซึ่งเป็นพลังงานเปล่า ทำให้ร่างกายขาดวิตามินบีหลายตัว ใครที่ชอบกินขนมหวานจึงหิวไม่หยุด 
หากงดน้ำตาลและอาหารหวาน ๆ หันกลับมากินข้าวกล้องซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรทเชิงซ้อนที่อุดมด้วยวิตามินบีหลายตัว แม่จะไม่ค่อยหิว และจะป้องกันอาการอ้วนตอนตั้งครรภ์ได้ชะงัดนัก

           

            สำหรับอาหารของผู้หญิงตอนตั้งครรภ์ ที่จริงมีหลักง่าย ๆ ดังนี้

 

            1. ปริมาณอาหาร ให้กินมากกว่าปกติที่เคยกินก่อนการตั้งครรภ์เพียง 10% ไม่ว่าจะมีอายุครรภ์เท่าใด ทั้งนี้เพราะลูกในท้องไม่ได้ต้องการปริมาณอาหารมากมายอย่างที่เราห่วงเลย

            2. อาหารประเภทโปรตีน ให้กินมากกว่าเดิม 2 เท่า ทั้งนี้เนื่องจากเด็กในท้องต้องการโปรตีนไปสร้างเนื้อหนังของเขา แต่ก็ไม่ได้ต้องการมากไปกว่าวันละ ½ กก.แต่อย่างใด ดังนั้นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ต้องได้เพียงพอ เป็นหมู ไก่ เนื้อวัว ไข่ หรือปลา ก็ได้

น่าจะเน้นที่การกินปลา ปลาน่ะย่อยง่ายดี แถมมี EPA DHA และมีทอรีนที่ไปบำรุงสมองของลูกได้ด้วย

ไม่แนะนำให้ดื่มนมวัวโดยเฉพาะในสามเดือนหลังของการตั้งครรภ์ เพราะโปรตีนในนมวัวมีโมเลกุลเล็กสามารถซึมผ่านรกเข้าไปหาเด็กโดยตรง และสามารถกระตุ้นให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะอาการแพ้อากาศ เมื่อลูกใครคลอดออกมาแล้วคัดจมูก หายใจไม่ออกตั้งแต่ในวันแรกที่ลืมตาดูโลก ก็จงรู้เอาไว้ว่านั่นคุณทำร้ายลูกของตัวเองด้วยการกินนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวมาก่อน ทางที่ดี หากอยากดื่มอาหารประเภทโปรตีนก็หันมาดื่มนมถั่วเหลืองที่มีแคลเซี่ยมสูงจะปลอดภัยกว่า ในขณะที่ลูกก็จะได้แคลเซี่ยมไม่ขาด

            3. แคลเซี่ยมต้องได้พอ หากได้ไม่เพียงพอ แม่จะเป็นตะคริวและฟันจะผุ อาหารที่ควรกินจึงเป็นปลาเล็กปลาน้อยที่กินได้ทั้งก้าง และงาดำป่น ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีแคลเซี่ยมคุณภาพดีและมีปริมาณสูงมาก ปลาเล็กปลาน้อย 100 กรัม มีแคลเซี่ยม 2500 มก. งาดำ 100 กรัม มีแคลเซี่ยม 1452 มก. แต่สมัยนี้เรื่องของแคลเซี่ยมไม่น่าเป็นห่วงเท่าใดนักเพราะในการฝากครรภ์ หมอจะสั่งแคลเซี่ยมเม็ดมาให้กินเป็นอาหารเสริมเสมอ

           4. อย่ากินไขมันมากเกินไป เพราะจะทำให้ย่อยยาก โดยเฉพาะเมื่อท้องโตขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้แม่อึดอัดเพราะมีลมในท้องมาก ครีมเทียม กะทิ อาหารทอดน้ำมัน ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ งดได้เป็นดีที่สุด

           5. กินสารเส้นใยให้มากพอ เพราะจะช่วยทำให้การขับถ่ายคล่องตัว โดยเฉพาะในเดือนท้าย ๆ ของการตั้งครรภ์

           6. ผักสดและผลไม้สดมีความจำเป็นในยามตั้งครรภ์ เพราะนอกจากคุณจะได้สารผักเข้าไปเสริมภูมิต้านทานของทั้งแม่และลูกแล้ว ยังจะได้รับสารเส้นใยไปในตัวอีกด้วย แนะนำว่าควรได้ผักสดวันละ 2 จาน ผลไม้สดวันละ 2 ลูกขนาดเท่าแอบเปิล และน้ำคั้นผลไม่สดวันละ 200 ซีซี

หากปฏิบัติได้ตามนี้ ลูกจะโตเต็มที่ สมองและร่างกายของลูกจะพัฒนาเต็มที่ ในขณะที่แม่จะมีน้ำหนักเพิ่มตามทฤษฎี ไม่มีน้ำหนักเกินมาให้กวนใจ พอคลอดลูกเสร็จปุ๊บ ภายใน 1 เดือนน้ำหนักก็จะกลับลงมาเป็นปกติเหมือนตอนก่อนตั้งครรภ์

 

ข่าวสารสุขภาพ



Facebook

TripAdvisor