.               

 

กิจกรรมเพื่อสุขภาพ

< >

Balavi Delivery อาหารสุขภาพ

จานอร่อยเพื่อคนสุขภาพดี จานรักษาโรค ตามแพทย์แนะนำ

โยคะ เพื่อสุขภาพ

การดูแลสุขภาพที่ส่งผลดีต่อด้านร่างกาย และด้านจิตใจ

บรรยาย สัมมนาสุขภาพ

รับจัดบรรยาย สัมมนาสุขภาพ ให้กับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ

อาหารเพื่อสุขภาพ

ดูแลสุขภาพแม่ พระในบ้าน : พญ.ลลิตา ธีระสิริ

คอร์สธรรมชาติบำบัด

สอนปฏิบัติ แนะวิธีดูแลสุขภาพด้วยอาหาร ออกกำลังกาย

ไฮโดรแอโรบิค

การออกกำลังกาย เคลื่อนไหวในน้ำต่อเนื่องกัน มีความหนัก ความเบาผสมผสานกัน มีจังหวะของดนตรี

เดี๋ยวจันทร์ เดี๋ยวจันทร์
อยากให้เสาร์อาทิตย์ยาวนานสัก 250 ชั่วโมง
ใครมีอาการวันจันทร์ซินโดรม เช่น อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ปวดเมื่อยเนื้อตัว ตื่นไม่ไหว ซึมเซา เบื่อเซ็ง ฯลฯ
ลองทำแบบนี้ไหม

 

ฟื้นความสดชื่น สดใสในชีวิตประจำวัน


พญ.ลลิตา ธีระสิริ

 

             ทุกวันนี้ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า คนทำงานสำนักงานล้วนเครียดกันทุกคน การนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ ทำให้เกิดอาการของออฟฟิศซินโดรมสารพัด ตั้งแต่ ปวดศีรษะ ดวงตาอ่อนล้า ปวดต้นคอ ปวดหลัง ปวดสะบัก ปวดเมื่อยเนื้อตัว นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท อ่อนเพลีย ท้องอืดเฟ้อ ท้องผูก อาหารไม่ย่อย โรคกระเพาะ ความดันทำท่าจะขึ้น หน้ามืด เวียนศีรษะ เป็นสิว อ้วนขึ้น ฯลฯ ทั้งหมดนี้จะบั่นทอนความสดชื่น อ่อนวัยของคนทำงานนั่งโต๊ะทั้งวัน 

การนั่งอยู่กับที่ครั้งละประมาณ 4 ชั่วโมงรวด ออกไปกินข้าวหน่อยหนึ่งแล้วกลับมานั่งอยู่กับที่อีก 4 ชั่วโมง บางคนใช้ชีวิตอยู่หน้าจอสี่เหลี่ยมนานกว่านั้น ประเภทงานยุ่งมากจนต้องกลับไปปลุกปล้ำอยู่หน้าจอจนดึกดื่น... ทั้งหมดนี้ทำให้คนสมัยใหม่ดูโทรม ไร้ชีวิตชีวา ดูแก่ก่อนวัย และแน่นอน...มีปัญหาสุขภาพ

เคล็ดลับง่าย ๆ ของการคืนความสดชื่น สดใสให้กับร่างกาย และจิตใจที่จริงทำง่ายมาก เพียงแต่รู้วิธี 6 อย่า 5 ทำ ดังต่อไปนี้

 

 

 

● ว่าด้วย 6 อย่า

        1. อย่าปฏิเสธวิธีการคลายเครียด โดยคิดว่า อะไร ๆ ตัวเองก็ทนได้
คนเรามีขีดความสามารถที่จะต้านทานกับความเครียดได้มากน้อยต่างกัน แต่ทุกคนล้วนถูกกดดันจากการงาน สังคม และครอบครัว หากยอมรับเสียว่าความเครียดมีส่วนที่จะบั่นทอนสุขภาพของคุณเสีย จะได้หาวิธีรับมือกับมันอย่างฉลาด
        2. อย่านั่งตลอดเวลา ให้เปลี่ยนอิริยาบถเสียบ้าง
สังคมทุกวันนี้เปลี่ยนไป เกือบทุกคนมีโต๊ะทำงาน จึงมีแนวโน้มที่คนเราจะอยู่เฉย ๆ ติดความสบายและนั่งนิ่ง ๆ ไม่เคลื่อนไหว ทำให้กล้ามเนื้อส่วนใหญ่ทำงานน้อยลง การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองติดขัด และเกิดปัญหาสุขภาพ
        3. อย่าเอาแต่ดื่มกาแฟ แก้วแล้วแก้วเล่าเพื่อกระตุ้นตัวเอง
การทำงานซ้ำซากจำเจ การทำงานหนัก และการใช้ชีวิตเปลือง ย่อมทำให้เกิดความอ่อนเพลียเบื่อหน่าย เมื่อยล้า ง่วงเหงา ลุกไม่ขึ้น มึนงง คิดอะไรไม่ออก ที่จริงอาการเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมชาติที่ประท้วงว่าเราจะต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง การพักผ่อนให้เพียงพอ การเปลี่ยนบรรยากาศทำอะไรที่แปลกใหม่ออกไป บ่อยครั้งจะช่วยแก้อาการนี้ได้ แต่ทุกวันนี้เรากลับใช้คาเฟอีนมาเฆี่ยนตัวเองให้ฝืนลากสังขารทำงานต่อไป ความเครียดจึงเพิ่มมากขึ้นจนเกิดปัญหาสุขภาพ
          4. อย่าคลายเครียดด้วยการสูบบุหรี่
นิโคตินในบุหรี่จะทำให้หลอดเลือดตีบลง การไหลเวียนของเลือดจะติดขัด คนติดบุหรี่จะใช้บุหรี่คลายเครียด แต่หารู้ไม่ว่าการที่เลือดไปเลี้ยงสมองซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการของร่

างกายและจิตใจน้อยลง ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานยิ่งแย่ลงไปอีก หลังจากสูบบุหรี่แล้ว ความเครียดจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ก็เลยต้องอาศัยบุหรี่มวนต่อมวนมาแก้เครียด ถ้าเป็นอย่างนี้ไม่สู้เลิกสูบบุหรี่ไม่ดีกว่าหรือ
         5. อย่าคิดวนเวียนอยู่แต่เรื่องงาน อย่าหลอกตัวเองว่าฉันมีชีวิตอยู่ได้เพื่องาน
มีคนไม่น้อยที่คิดวนเวียนอยู่กับงานของตน ที่จริงงานน่ะทำเท่าไรก็ไม่หมดหรอก สู้เดินสายกลางทำงานแต่พอควร ให้เวลากับตัวเองทำอย่างอื่นนอกจากงานเสียบ้าง หลังจากเปลี่ยนความสนใจไปสักระยะ จะยิ่งทำให้พลังในการทำงานเพิ่มมากขึ้น และเชื่อเถอะว่าประสิทธิภาพของงานก็จะดีขึ้นเอง
         6. อย่ากินอาหารขยะ
หลายคนทำงาน ทำงาน และทำงานจนไม่สนใจเรื่องของอาหารการกิน จึงคว้าอะไรก็ได้ลงท้อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารขยะ มีแต่แป้งขัดขาว ผงชูรสและสารเคมีที่อยู่ในรูปของรส กลิ่นสังเคราะห์ สารกันบูด และกันเชื้อรา โดยไม่ทันคิดว่าสมองต้องการอาหารที่มีคุณค่าสูงกว่านี้ สมองต้องการวิตามินบีหลาย ๆ ตัวเพื่อจะทำงานได้คล่องตัว จะได้ไม่เครียด

 

● ว่าด้วย 5 ทำ

          1. สร้างบรรยากาศของสีเขียวในที่ทำงาน โดยใช้ไม้กระถาง ไม้ประดับวางไว้ในห้อง เพื่อดึงเอาธรรมชาติมาช่วยปลอบประโลมตัวเราเอง อีกอย่างหนึ่งต้นไม้จะเพิ่มออกซิเจนให้กับห้อง ในขณะเดียวกันต้นไม้ในร่มทุกประเภทจะช่วยกำจัดสารพิษหรือสารอันตรายต่อสุขภาพในห้องลงได้อย่างน่าอัศจรรย์
ลองใช้ไม้ประเภทพลูด่าง จั๋ง หมากผู้หมากเมีย หมากเขียว ซานาดู ยางอินเดีย ฯ มาวางในห้องทำงาน
          2. ปฏิบัติการคลายเครียดเป็นระยะ เช่น

              - ปิดตา ฟุบนอนลงกับโต๊ะสัก 5 นาที

              - นวดศีรษะ ซึ่งทำเองได้โดยใช้นิ้วมือขยี้หนังศีรษะแบบเดียวกับสระผม แล้วกำเส้นผมดึงขึ้นมาให้ตึงเล็กน้อย จากนั้นเปลี่ยนที่ ทำให้ทั่วทั้งศีรษะ วิธีนี้กล้ามเนื้อหนังศีรษะจะคลายตัวลง

              - นวดขมับ โดยเอานิ้วหัวแม่มือคลึงบริเวณขมับทั้งสองข้าง

              - ฟังเพลงคลายเครียด

              - ใช้กลิ่นหอมคลายเครียดจะจุดตะเกียงน้ำมันหอม เทียนหอม ฯลฯ กลิ่นมีประสิทธิภาพมากในการคลายเครียด กลิ่นที่คลายเครียดได้เช่น ลาเวนเดอร์ โรสแมรี่ หรือกลิ่นอะไรก็ได้ที่ชอบ บางครั้งดอกไม้หอมเช่น จำปี มะลิ พุดหลวง ก็ช่วยได้
          3. คืนความสมดุลให้กับร่างกายและจิตใจ ทุกวันนี้ร่างกายของเราอยู่นิ่ง ๆ แต่จิตใจของเราคิดโน่นนี่ว้าวุ่น หากจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นก็ต้องทำอะไรที่กลับกัน กล่าวคือ ต้องเคลื่อนไหวร่างกายในขณะที่จิตสงบ การออกกำลังกายแบบตะวันออก จะแก้ปัญหานี้ได้ดี การฝึกชี่กง โยคะ ซึ่งประสานการเคลื่อนไหวเข้ากับการกำหนดลมหายใจ ทำให้ร่างกายได้ขยับในขณะที่จิตใจสงบลง หากทำสม่ำเสมอ เสริมไปจากการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
          4. ฝึกหายใจเพื่อสยบอาการเครียด เมื่อความเครียดเกิดขึ้น เราจะไม่สามารถบังคับอาการของความเครียดอย่างอื่นได้เลย นอกจากการหายใจ ดังนั้นอยากหายเครียดก็เพียงแต่ฝึกหายใจ อาการของความเครียดจะทุเลาลงเอง วิธีฝึกหายใจจะทำที่ไหนก็ได้ และทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
                หายใจเข้ายาว ๆ ลึก ๆ นับ 1-5 
                จากนั้นกลั้นหายใจไว้เท่ากับนับ 1-10 
                แล้วจึงหายใจออกนับ 1-5 
                จากนั้นให้พัก อย่าเพิ่งหายใจเข้านานเท่ากับนับ 1-5 
                แล้วเริ่มต้นหายใจเข้าใหม่ 
                ทำซ้ำ เข้า-กลั้น-ออก-พัก นานสัก 5 นาที 
                จะบริหารการหายใจทุกชั่วโมงก็ได้ จะทำวันละครั้งก็ได้ จะทำกี่ครั้งก็ได้ 
          5. กินอาหารที่มีวิตามินบีและซีสูง สมองของเราต้องการวิตามินบีไปสร้างสื่อนำประสาทเพื่อจะได้ทำงานมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ต่อมหมวกไตของเราก็ต้องการวิตามินซีเพื่อทำให้เราทนกับความเครียดได้มากขึ้น ดังนั้นอาหารที่จะคลายเครียดได้ควรเป็นข้าวกล้อง อาหารประเภทแป้งไม่ขัดขาว ผักสด ผลไม้สด

ข่าวสารสุขภาพ



Facebook

TripAdvisor