.                    

 

กิจกรรมเพื่อสุขภาพ

< >

Balavi Delivery อาหารสุขภาพ

จานอร่อยเพื่อคนสุขภาพดี จานรักษาโรค ตามแพทย์แนะนำ

โยคะ เพื่อสุขภาพ

การดูแลสุขภาพที่ส่งผลดีต่อด้านร่างกาย และด้านจิตใจ

บรรยาย สัมมนาสุขภาพ

รับจัดบรรยาย สัมมนาสุขภาพ ให้กับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ

คอร์สธรรมชาติบำบัด

สอนปฏิบัติ แนะวิธีดูแลสุขภาพด้วยอาหาร ออกกำลังกาย

ไฮโดรแอโรบิค

การออกกำลังกาย เคลื่อนไหวในน้ำต่อเนื่องกัน มีความหนัก ความเบาผสมผสานกัน มีจังหวะของดนตรี

 

เพิ่มพลังสมอง เสริมความจำให้ผู้สูงวัย


พญ.ลลิตา ธีระสิริ

 

          ทุกวันนี้คนไทยอายุยืนขึ้น จนมีคำกล่าวว่า ต่อไปเราจะมี “สังคมของผู้สูงอายุ” จึงต้องมีการเตรียมแก้ปัญหาของผู้สูงวัย อาการสำคัญอย่างหนึ่งที่ทุกคนใส่ใจคือ “หลงลืม” และข่าวร้ายก็คือ ปัจจุบัน คนไทยถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์กว่า 8 แสนคน ดังนั้นหากไม่อยากเป็นโรคนี้ คุณต้องดูแลตัวเอง และต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้

คนเรามีสมองอันเดียว และในสมองมีเซลล์จำกัด

          ตั้งแต่เกิด เซลล์สมองมีปริมาณเท่าใดก็จะมีคงที่อยู่เท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มจำนวนมากขึ้น พอคนเราแก่ตัวเซลล์สมองก็มีแต่ละลดลง นั่นหมายความว่า ในวัยเด็ก เราอาจจะสะสมความสามารถทางสมองให้เพิ่มมากขึ้นได้ แต่พออายุมากขึ้นเซลล์สมองมีแต่จะตายไป ทำให้พลังทางสมองลดลง

ถึงแม้ว่าอายุจะเพิ่มมากขึ้น แต่เราสามารถดูแลตัวเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง และชะลอความเสื่อมของสมองลงไปพร้อม ๆ กัน ได้ด้วยวิธีการทางธรรมชาติ โดยอาศัยอาหารและปรับพฤติกรรมของตนเองได้ดังนี้

 

1. บริหารสมองเป็นประจำ สมองก็เป็นเช่นร่างกายส่วนอื่น ๆ ที่หากไม่ใช้ก็จะลีบฝ่อ เช่น หากไม่เดินกล้ามเนื้อก็จะลีบ หากไม่กระตุ้นกระดูกมันก็จะบางตัวลง หากไม่ใช้สมอง มันก็จะเฉื่อยเนือยและทำงานน้อยลง เช่นทุกวันนี้เราดิดเลขในใจกันไม่เก่งเพราะเคยชินแต่การกดเครื่องคิดเลข

มีงานวิจัยมากมายที่ยืนยันตรงกันว่าคนที่ไม่ได้ใช้สมอง เนื้อสมอง จะเหลือน้อยกว่าคนที่บริหารสมองด้วยการอ่าน การคิด เป็นประจำ แถมยังมีอายุสั้นกว่าด้วย ดังนั้นหากอยากบริหารสมอง ให้กระทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ เช่นเดินถอยหลัง เขียนหนังสือมือซ้าย หัดเล่นดนตรี เล่นเกมส์คอมพิวเอตร์ที่ต้องใช้สมองมากกว่าการยิงทำลายล้าง เล่นซูโดกุ เล่นปริศนาอักษรไขว้ เรียนภาษาต่างประเทศ เป็นต้น

 

2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ สมองของเราจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อมีออกซิเจนไปเลี้ยงอย่างเพียงพอ การออกกำลังกายกลางแจ้ง เช่นในสวนสาธารณะ เป็นเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง และเป็นการป้อนสมองด้วยออกซิเจนในเวลาเดียวกัน แต่การออกกำลังกายนั้นควรจะต้องสมวัย ไม่โหมตัวเองหนักเกินไป การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้ที่มีอายุเช่น เดิน เดินเร็ว รำมวยจีน จะเป็น ชี่กง หรือไท้เก็ก ตามแต่สะดวก

แต่ที่สำคัญต้องทำสม่ำเสมอ เช่นสัปดาห์ละ 3-5 วัน นานครั้งละครึ่งชั่วโมงขึ้นไป

 

         สำหรับผู้สูงวัย การออกกำลังกายที่หนักเกินไปจะเป็นการบั่นทอนสุขภาพเสียมากกว่า พึงระลึกไว้ว่าควรเดินสายกลางในเรื่องนี้

นอกจากนี้วิธีการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองยังสามารถทำได้ด้วยการอบความร้อน เช่น อบสมุนไพร ซาวน่า การอาบน้ำแร่ หรือ อบไอน้ำ แต่ว่า ต้องอบร้อนสลับเย็นเท่านั้น กล่าวคือ อบความร้อน 3 นาที แล้วทำให้ร่างกายเย็นลงด้วยการอาบน้ำฝักบัว หรือแช่ในอ่างน้ำเย็น 2 นาที สลับร้อน-เย็น ดังกล่าว 3 รอบ

การอบความร้อนเฉย ๆ ไม่ได้ผล มันกลับจะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง

 

3. น้ำตาลมีความสำคัญต่อสมอง สมองของเราจะทำงานได้ดี ในร่างกายต้องมีระดับน้ำตาลมากกว่า 80 มก./ดล. แต่ต้องน้อยกว่า 110มก./ดล. (คือต้องไม่เป็นเบาหวานด้วย) เซลล์สมองจึงจะทำงานมีประสิทธิภาพดี จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือสูงขนาดนี้ได้ต้องกินข้าวกล้องทุกมื้อ กินเมล็ดพืชที่ไม่ขัดขาว การกินหวาน กินน้ำตาลจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่านี้

 

4. อาหารป้องกันอาการเสื่อมของสมอง หากต้องป้องกันการเกิด ทอโปรตีน และ ตะกรันของเบต้าอะมัยลอยด์ ในสมองเพื่อป้องกันโรคอัลไซเมอร์ มีอาหารหลายประเภทที่ช่วยได้ ปัจจุบันจากการวิจัยพบว่า หากเกิดสารทอโปรตีน และตะกรันของเบต้าอะมัยลอยด์ในสมอง มันจะเหนี่ยวนำทำให้เซลล์สมองตาย และเกิดอาการของอัลไซเมอร์ งานวิจัยยังพบว่า มีอาหารหลายชนิดสามารถป้องกันการเกิดโปรตีนตั้งต้นของอัลไซเมอร์ดังกล่าวได้ ส่วนใหญ่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระฤทธิ์แรงทั้งหลายได้แก่

- เบต้าแคโรทีน ในผัก ผลไม้สีเขียวจัด ๆ เช่น ตำลึง คะน้า บร็อคโคลี่ ปวยเล้ง ผักผลไม้สีเหลือง และแดง เช่น แครอท มะละกอ ฟักทอง ทั้งหมดนี้จะช่วยชะลอความชราของสมองโดยรวม

- วิตามินซี ในผักสดและผลไม้สดทุกประเภท ที่มีมาก ๆ ได้แก่ มะขามป้อม สมอไทย มะกอก ฝรั่ง เชอร์รี่ ช่วยยับยั้งการเกิดโปรตีนตัวตั้งต้นของอัลไซเมอร์ ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองดีขึ้น

- วิตามินอี ในข้าวกล้อง เมล็ดธัญพืชทุกชนิด ถั่วหรือผลไม้เปลือกแข็ง เช่น เม็ดมะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง จะช่วยทำให้เส้นเลือดในสมองสะอาด จึงประกันว่าสมองจะได้ออกซิเจนไปเลี้ยงเพียงพอ

- สารโอ พี ซี หรือโปรแอนโทไซยานิดีน เช่น องุ่นแดง เปลือกต้นสน เมล็ดลำไย จะทำให้ความจำดี และทักษะการพูดโต้ตอบในผู้สูงอายุดีขึ้น

- ไลโคปีน พบในมะเขือเทศ จะป้องกันไม่ให้เกิดอาการหลงลืม


- แอนโทไซยานิน พบในดอกอัญชัน ข้าวหอมนิล ข้าวเหนียวดำ บลูเบอร์รี่ สารต้านอนุมูลอิสระฤทธิ์แรงเหล่านี้จะช่วยรักษาหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองให้สะอาด ไร้การอุดตัน

- ซินนามอนัลดีไฮด์ พบในอบเชย สามารถสยบทอโปรตีนไม่ให้ทำร้ายเซลล์สมอง

- สังกะสี มีมากในเมล็ดฟักทอง จะช่วยทำให้ความจำดีขึ้น รวมทั้งเพิ่มความสามารถในการคิดวิเคราะห์

- เคอร์คูมิน ในขมิ้นชัน จะช่วยยับยั้งเบต้าอะมัยลอยด์ช่วยป้องกันอัลไซเมอร์

- โอเมก้า 3 คือน้ำมันปลาจากปลาทุกประเภท จะช่วยการสั่งงานของสมองให้ดีขึ้น ดังนั้นผู้สูงวัยกินปลาทุกวันจึงดีต่อสุขภาพ เพราะปลาทั้งย่อยง่าย ทั้งเพิ่มพลังสมอง

- คาเฟอีน จากกาแฟ ชาจีน และชาเขียว มีงานวิจัยพบว่าคนที่เป็นอัลไซเมอร์มักจะไม่กินกาแฟ หรือชา นักวิทยาศาสตร์เข้าใจว่า คาเฟอีนสามารถยับยั้งการเกิดโปรตีนตัวตั้งต้นที่จะทำให้เกิดอัลไซเมอร์

         ดังนั้นหากหาโอกาสกินอาหารประเภทที่กล่าวมาสม่ำเสมอ สมองของเราก็จะมีประสิทธิภาพในการทำงานดีรอบด้านไม่ว่าจะมีอายุเท่าใด ทั้งยังสามารถป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ด้วย

ข่าวสารสุขภาพ



Facebook

TripAdvisor