.                    

 

กิจกรรมเพื่อสุขภาพ

< >

Balavi Delivery อาหารสุขภาพ

จานอร่อยเพื่อคนสุขภาพดี จานรักษาโรค ตามแพทย์แนะนำ

โยคะ เพื่อสุขภาพ

การดูแลสุขภาพที่ส่งผลดีต่อด้านร่างกาย และด้านจิตใจ

บรรยาย สัมมนาสุขภาพ

รับจัดบรรยาย สัมมนาสุขภาพ ให้กับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ

คอร์สธรรมชาติบำบัด

สอนปฏิบัติ แนะวิธีดูแลสุขภาพด้วยอาหาร ออกกำลังกาย

ไฮโดรแอโรบิค

การออกกำลังกาย เคลื่อนไหวในน้ำต่อเนื่องกัน มีความหนัก ความเบาผสมผสานกัน มีจังหวะของดนตรี

           มะเร็งปากมดลูกป้องกันได้

พญ.ลลิตา  ธีระสิริ

                มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับหนึ่งของมะเร็งในผู้หญิงไทยคือพบได้ 15.6% ของมะเร็งในผู้หญิงทั้งหมด  ว่ากันว่าผู้หญิงในประเทศด้อยพัฒนาจะเป็นมะเร็งปากมดลูกกันมาก  ทุกวันนี้มีวิธีการป้องกันมะเร็งปากมดลูกหลายวิธี  การตรวจภายในเพื่อตรวจ pap หรือการเอาน้ำในช่องคลอดไปตรวจนั้นเป็นวิธีตรวจหาร่องรอยของโรค จะได้รู้เร็วรักษาเร็วเพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด  ซึ่งมีคนหายขาดแล้วมากมาย

              ทุกวันนี้เรามีวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกใช้กันแล้ว โดยมีทฤษฏีอยู่ว่า มะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตัวหนึ่งชื่อ human pappilloma virus (HPV)  ไวรัสจะทำให้เซลล์ปากมดลูกเกิดการเปลี่ยน แปลงไปเป็นเซลล์มะเร็ง 

ไวรัส HPVเป็นสายพันธุ์เดียวกับไวรัสหูด  เมื่อเอามาทำวัคซีนเราก็จะมีภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อ HPV แล้วก็จะไม่เป็นมะเร็งปากมดลูก  แต่หากต้องการให้วัคซีนได้ผลจะต้องฉีดวัคซีนตัวนี้ตั้งแต่ยังไม่มีเพศสัมพันธุ์ คือฉีดตั้งแต่อายุ 11-26 ปี หากฉีดหลังจากอายุ 35ปีไปแล้วจะไม่ได้ผลแต่อย่างใด

              แล้วคนที่อายุมากกว่าเกินจะฉีดวัคซีนได้ล่ะ จะป้องกันตัวเองจากมะเร็งปากมดลูกที่เป็นกันมากมายอย่างไร

              ที่จริงปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกยังมีอีกหลายประการ  นอกจากการติดเชื้อไวรัส HPV แล้ว  ยังมีการสูบบุหรี่ การที่มีลูกหลายคน การมีคู่นอนหลายคน การใช้ยาคุมกำเนิด ภูมิต้านทานอ่อนแอ และมีญาติสายตรง แม่ พี่สาว น้องสาวที่เป็นโรคนี้ – เนื่องจากว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากพันธุกรรมด้วย

              หากเรารู้จักเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงนี้ เราก็จะตัดโอกาสการเป็นมะเร็งปากมดลูกลงได้  การไม่สูบบุหรี่ การไม่ใช้ยาคุมกำเนิด ปฏิเสธการมีคู่นอนหลายคน การไม่มีลูกหลายคน  เหล่านี้เราเป็นฝ่ายเลือกได้ ก็ลดอัตราเสี่ยงลงไป  ส่วนเรื่องของกรรมพันธุ์นั้นเลี่ยงไม่ได้  ใครก็ตามที่มีประวัติมะเร็งปากมดลูกในครอบครัวจะต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น

               ยังมีเรื่องของภูมิต้านทาน  กล่าวแล้วว่าไวรัส HPVเป็นประเภทเดียวกับไวรัสหูด  หากภูมิต้านทานดี สุขอนามัยดี เราก็จะไม่เป็นหูด  ทำนองเดียวกัน หากภูมิต้านทานของเราดี เราก็จะไม่ติดเชื้อ HPV และไม่เป็นมะเร็งปากมดลูก  ดังนั้นการปรับอาหาร การเปลี่ยนพฤติกรรม ออกกำลังกาย  คลายเครียดเพื่อเพิ่มภูมิต้านทานจึงป้องกันมะเร็งนี้ได้

                การมีภูมิต้านทานไม่ดีจะทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ง่ายกว่า  เช่น  ในผู้ติดเชื้อ HIV  ที่มีภูมิต้านทานอ่อนแอ จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV มากกว่า  ทำให้ผู้ป่วยเอดส์มีอัตราป่วยด้วยมะเร็งปากมดลูกสูงกว่าคนธรรมดา  เรายังพบว่าหากผู้ป่วยเอดส์เป็นมะเร็งปากมดลูกแล้วมะเร็งจะลุกลามได้เร็วกว่าในคนปกติ

                แถมยังมีรายงานว่า ผู้หญิงอ้วนที่กินอาหารไม่สมดุล ผู้หญิงคนไหนที่กินผักและผลไม้น้อย แสดงว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระน้อย จะมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกสูงกว่า

การหันมาหาอาหารในแนวธรรมชาติบำบัด ที่กินข้าวกล้อง ผักสดผลไม้สดวันละ 500 กรัมหรือวันละ 5 ส่วนอาหาร โดยกินผักวันละ 2 จาน ผลไม้วันละ 2 ลูก ดื่มน้ำคั้นผลไม้สดวันละ 200 ซีซี  จะทำให้ภูมิต้านทานแข็งแรงขึ้น การป้องกันมะเร็งปากมดลูกก็จะได้ผลนอกจากนี้ ให้กินเนื้อสัตว์แต่พอควร กินไขมันแต่น้อย  งดนมวัว งดอาหารขยะ งดการกินเค็ม งดผงชูรส งดเหล้า บุหรี่ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนบั่นทอนภูมิต้านทานลง

 

                ผักสดผลไม้สดซึ่งเป็นแหล่งของวิตามินซี อันมีผลโดยตรงต่อเม็ดเลือดขาวและระบบภูมิต้านทาน  เบต้าแคโรทีนมีความสำคัญต่อความแข็งแรงของเซลล์ผิวของปากมดลูกจึงต้องกิน มะละกอ ฟักทอง แครอท ผักใบเขียว เป็นประจำ  จะช่วยลดอัตราเสี่ยงลง  ส่วนวิตามินอี จากข้าวกล้องจะช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสHPV

                  ใครก็ตามที่มีประวัติญาติสายตรงเป็นมะเร็งปากมดลูก ยิ่งสมควรให้ความสนใจเรื่องอาหารและกินผักสดผลไม้สดให้ได้วันละ 500 กรัมอย่างจริงจัง



 

 

วิธีลดน้ำหนักในเด็ก

 

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าการลดน้ำหนักในเด็กไม่ว่าในอายุเท่าใด  ห้ามใช้ยาลดน้ำหนักเป็นเด็ดขาด  จะว่าไปการใช้ยาลดน้ำหนักก็เป็นอันตรายต่อผู้ใหญ่ด้วย  สรุปแล้วทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่นั่นแหละที่ต้องห้ามการใช้ยาลดน้ำหนัก

                ปัจจุบันมีหลายโรงเรียนที่รณรงค์ให้เด็กลดน้ำหนักตัวลงโดยการห้ามขายน้ำอัดลม  ขนมหวานในโรงเรียน และส่งเสริมให้กลุ่มเด็กตุ้ยนุ้ยออกกำลังกายให้มากขึ้น  นับเป็นก้าวที่สำคัญในการลดน้ำหนักตัวของเด็ก  เพราะโดยธรรมชาติแล้ว  เด็กจะเชื่อครูมากกว่าเชื่อพ่อแม่  ในเมื่อครูจัดชั้นเรียนแอโรบิกให้เด็กออกกำลังกาย  น้ำหนักตัวของเขาก็จะลดลง

                การลดน้ำหนักตัวในเด็ก มีวิธีการควบคุมอาหารแบ่งตามอายุของเด็ก  กล่าวคือ  เด็กอายุต่ำกว่า 8 ปีควรใช้วิธีหนึ่ง  ส่วนเด็กที่มีอายุมากกว่า 8 ปีไปแล้วสามารถใช้วิธีที่เข้มข้นกว่าได้

                ทำไมต้องแบ่งกันที่ 8 ปีล่ะ  เด็กอายุ 8 ปีก็เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หรือ 3 แล้ว  สามารถรับรู้เหตุผลได้ดีกว่าเด็กที่เพิ่งขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  อีกประการหนึ่งเด็กที่มีอายุ 8 ปี มีความแข็งแรงของร่างกายดีพอสมควร  หากจะกินอาหารให้น้อยลงสักวัน  ก็จะไม่กระทบกระเทือนต่อสุขภาพ

                ส่วนการออกกำลังกายนั้น  ไม่ว่าอายุต่ำกว่าหรือมากกว่า 8 ปี  ก็ต้องออกกำลังกายให้มากขึ้น  น้ำหนักตัวจึงจะลดลงได้

 

---หนังสือ เลี้ยงลูกให้ไร้โรค  โดย พญ.ลลิตา ธีระสิริ

ถั่วเขียวแก้ร้อนใน

 

             ใคร ๆ ก็บ่นว่าโลกร้อนขึ้น  บ่นไปก็เท่านั้น  สู้หาทางคลายร้อนให้กับตนเองดีกว่า 

             น้ำเป็นยาแก้ร้อนที่ดีที่สุด  ไม่ว่าจะเป็นน้ำอุณหภูมิปกติ น้ำเย็น หรือน้ำแข็ง  การที่ร่างกายมีน้ำอยู่เต็มในช่วงอากาศร้อน  จะทำให้ร่างกายสามารถใช้น้ำมาหล่อใต้ผิวหนังและระบายเอาความร้อนออกได้ดีกว่า  น้ำยังระเหยออกไปเป็นเหงื่อลดอุณหภูมิร่างกายลง  เมื่อใดที่อากาศร้อนเราจะต้องดื่มน้ำเพื่อทดแทนน้ำที่เสียไปให้ทัน  จึงจะไม่รู้สึกทรมานกับหน้าร้อน

              อย่างไรก็ตามคนตะวันออกมีวิธีแก้ร้อนหลายวิธี  เรามีอาหารที่กินเข้าไปแล้วคลายความร้อนรุ่มลงอย่างแตงโม  เคยกินแตงโมปลาย่าง  หรือข้าวแช่ เวลาอากาศร้อน ๆ ไหม นั่นแหละหายร้อนชื่นใจดีนักล่ะ  แบบจีนที่เราคุ้นเคยกันดี ก็มีชาเก็กฮวย  ชาหล่อฮั้งก้วย  ชาดอกกิมงึ่งฮวย (หรือดอกสายน้ำผึ้ง) ชาเม็ดในเพกา ชาใบไผ่เป็นต้น  หากเป็นผักผลไม้ก็มีหัวผักกาด แตงกวา พลับแห้งที่มีผงน้ำตาลคลุม (ผงสีขาว ๆ เย็น ๆ นั่นเขาเรียกว่าผงหิมะนะ  กินแล้วให้ความเย็นชื่นใจ)  จำพวกถั่วก็มีถั่วเขียว  เป็นต้น

               ชาวจีนโบราณถือว่าถั่วเขียว มีฤทธิ์ดับความร้อนรุ่มในกายลง  เหมาะสำหรับกินตอนอากาศร้อน  ถั่วเขียวยังสามารถใช้ถอนพิษไข้ ขับเหงื่อ ขับน้ำออกจากร่างกายจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีความดันเลือดสูงกินในฤดูร้อน  ในทางยาถั่วเขียวยังมีผลทำให้ไต สมอง กระเพาะอาหาร และลำไส้ทำงานได้ดี ทำให้ผิวพรรณผุดผ่อง   

                การใช้ถั่วเขียวรักษาโรคจากตำรายาจีนเช่น

หวัดร้อน  : ใช้ถั่วเขียวต้มน้ำตาลกรวดรักษาไข้หวัดที่เกิดจากความร้อนเช่นหวัดแดด ให้กินทุกวันเพื่อบรรเทาอาการจนกว่าจะหาย

ความดันเลือดสูง : ใช้ถั่วเขียว 100 กรัมต้มกับสาหร่ายทะเล (จีฉ่าย) 50กรัม ตุ๋นจนเปื่อยแล้วเติมน้ำตาลกรวดเล็กน้อย ให้กินทุกวัน เพื่อควบคุมความดันเลือด

ยาแก้พิษ :  ใช้ถั่วเขียว 200 กรัม ต้มกับชะเอม 60 กรัม แล้วดื่มน้ำจะแก้พิษยาฆ่าแมลงได้

แก้อักเสบ:  ใช้ถั่วเขียว และถั่วเหลืองจำนวนเท่า ๆ กันมาบด ผสมกับสะระแหน่และน้ำผึ้งพอกหัวฝีและอาการอักเสบตามร่างกาย

 

                                                                          โดย  พญ.ลลิตา  ธีระสิริ

Page 5 of 5

ข่าวสารสุขภาพ



Facebook

TripAdvisor