.                            

 
 
 

กิจกรรมเพื่อสุขภาพ

< >

Balavi Delivery อาหารสุขภาพ

จานอร่อยเพื่อคนสุขภาพดี จานรักษาโรค ตามแพทย์แนะนำ

โยคะ เพื่อสุขภาพ

การดูแลสุขภาพที่ส่งผลดีต่อด้านร่างกาย และด้านจิตใจ

บรรยาย สัมมนาสุขภาพ

รับจัดบรรยาย สัมมนาสุขภาพ ให้กับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ

คอร์สธรรมชาติบำบัด

สอนปฏิบัติ แนะวิธีดูแลสุขภาพด้วยอาหาร ออกกำลังกาย

ไฮโดรแอโรบิค

การออกกำลังกาย เคลื่อนไหวในน้ำต่อเนื่องกัน มีความหนัก ความเบาผสมผสานกัน มีจังหวะของดนตรี

อีกสักทีซิ
สำหรับคนที่ไม่อยากผ่าตัดเอาก้อนในเต้านมออก
นี่หมายถึงก้อนเนื้อหรือ ซีสต์ธรรมดานะตะ
คุณยังมีทางเลือกอื่น

รูปซ้าย: มะเร็งเต้านม รูปขวา: ก้อนเนื้อธรรมดา

 

ซีสต์และก้อนในเต้านม
วิธีป้องกันและดูแลตัวเอง

เป็นที่ยอมรับกันว่า ก้อนในเต้านมเกิดจากการที่เนื้อเยื่อเต้านมถูกกระตุ้นโดยฮอร์โมนเพศ หญิง ทำให้มันเติบโตขึ้นมาเป็นก้อนที่ผิดปกติ เมื่อใดก็ตามที่ผู้หญิงเรามีฮอร์โมนเพศในตัวเพิ่มมากขึ้น เช่นขณะตั้งครรภ์ อัตราเสี่ยงที่จะเกิดก้อนในเต้านมก็จะเพิ่มมากขึ้น เมื่อคลอดแล้วบางครั้งก้อนก็เล็กลงไปเอง บางช่วงของระยะการมีประจำเดือนก็อาจตรวจพบก้อนในเต้านมเล็ก ๆ ได้ และเมื่อระดับฮอร์โมนลดลงก้อนก็หายไป 
ระดับฮอร์โมนในร่างกายของเราขึ้นลงตามธรรมชาติ แต่ที่เราพบว่าใคร ๆ ก็มีก้อนและซีสต์มากขึ้นเป็นเพราะ เราขยันเอาฮอร์โมนเพศหญิงจากแหล่งอื่นไปกระตุ้นเต้านมของเราเอง เช่น การใช้ฮอร์โมนทดแทนในวัยทอง และที่น่าเป็นห่วงกว่าคือฮอร์โมนเพศที่ปนเปื้อนมาในนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว ว่ากันว่านมวัวร้อยละ 99 มีฮอร์โมนปนเปื้อน เมื่อคนไทยนิยมดื่มนมวัวโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่านมมันเปื้อน ก็เลยถูกฮอร์โมนดังกล่าวกระตุ้นทำให้เกิดก้อน ซีสต์ในเต้านม และจะเพิ่มอัตราเสี่ยงของมะเร็งเต้านมในที่สุด
สำหรับก้อนและซีสต์ในเต้านมส่วนใหญ่ยังเป็นก้อนเนื้อธรรมดา ไม่ใช่มะเร็ง แต่การมีก้อนในเต้านมนั้นไม่ควรนิ่งนอนใจ หากคลำพบควรไปหาหมอตรวจว่าก้อนนั้นคืออะไรกันแน่
บางครั้งการทำแมมโมแกรมก็จะบอกได้ว่าก้อนที่เป็นอยู่ใช่ก้อนเนื้อธรรมดาหรือก้อนมะเร็งกันแน่ บางครั้งการตรวจพบว่ามีแคลเซี่ยมเกาะที่ก้อน นั่นเตือนเราว่าก้อนที่เป็นอยู่มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งได้นะ ดังนั้นหากใครมีก้อน มีซีสต์ในเต้านมไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ควรจะดูแลตัวเองก่อนที่ก้อนจะพัฒนาไปเป็นมะเร็ง
การตัดเอาก้อนออกน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่บางครั้งก้อนมันเล็กและทำยาก หมอก็จะนัดตรวจแมมโมแกรมทุก 3 เดือนและ 6 เดือน         ไปเรื่อย ๆ

 

แล้วเราจะทำอย่างไรดี

ประการแรก หากไม่อยากมีก้อนในเต้านม หรือมีก้อนในเต้านมแล้วอยากให้มันหายไป จะต้องงดการใช้ฮอร์โมน เช่นยาคุมกำเนิด งดดื่มนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว ได้แก่ นมเปรี้ยว โยเกิร์ต เนย ชีส ขนมเค้ก ช็อคโกแล็ต แฮมเบอร์เกอร์ ฯลฯ 
ในสตรีวัยทองก็อย่าใช้ฮอร์โมนทดแทนเป็นอันขาด หากจำเป็นจริง ๆ ก็ไม่ควรใช้นานเกิน 2 ปี และหากตรวจพบก้อนในเต้านมเมื่อใด ก็แปลว่าต้องหยุดใช้ฮอร์โมนทดแทนทันที

ประการที่สอง กินอาหารที่มีไขมันต่ำ มีสารเส้นใยสูง หรือจะหันมากินมังสวิรัติสักระยะก็ได้ ทั้งนี้เพราะเต้านมเป็นเนื้อเยื่อไขมัน หากลดอาหารไขมันลง ก้อนไขมันก็มีโอกาสลดขนาดลง

ประการที่สาม ทำให้ก้อนลดขนาดลงโดยการใช้น้ำมันดอกพริมโรสบานเย็น วันละ 2 กรัม แต่การใช้น้ำมันดอกพริมโรสบานเย็น มีของแสลงที่ต้องงด ได้แก่ งดดื่มชา กาแฟ เหล้า บุหรี่ จึงจะได้ผล

ประการสุดท้าย ให้สวนกาแฟวันละครั้ง เพื่อกระตุ้นตับให้ขับเอาฮอร์โมนเพศที่ล้นเกินมาออกไปจากร่างกาย

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องขององค์รวม ทำทุกอย่างไปพร้อมกันจึงจะได้ผลสูงสุด

 
จากการศึกษานักวิทยาศาสตร์พบว่า
 
สิ่งที่จะเกิดในร่างกายเราขณะวิ่งมาราธอน มีอะไรบ้าง..
 
 
• ร่างกายจะสะสมความร้อนเหมือนเป็นไข้
• ไม่งั้นก็กระจายความร้อนออกไปจากร่างกาย จนอุณหภูมิร่างกายลดต่ำกว่าปกติ แก้ได้โดยใช้ผ้าหนา ๆ คลุมกายหลังวิ่ง
• สภาพจะเหมือนขาดอาหาร  แก้ได้ด้วยการทำคาร์โบไฮเดรทโหลดดิ้ง คือกินข้าวกล้อง แป้งไม่ขัดขาวก่อนวันวิ่ง 1 วัน
• ไตจะหยุดขับของเสียออกจากร่างกาย ซึ่งกว่าจะเป็นปกติต้องการเวลาฟื้นตัว นาน 2 สัปดาห์
 
 
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1185460201562654&id=893675634074447
 
 
 
 

 

 
 

          ทุกวันนี้เป็นยุคสมัยของสุขภาพ ในตลาดจึงเต็มไปด้วยวิตามิน อาหารเสริมนานาชนิด ส่วนหนึ่งอ้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับวัยใดวัยหนึ่งโดยเฉพาะ คำถามคือ เมื่อถึงวัยหมดประจำเดือนแล้ว จะกินอะไร จะกินดีไหมหรือไม่ต้อง แล้วจะเลือกกินวิตามินกับอาหารเสริมอย่างไรดี

 

วิตามินอาหารเสริมสำหรับคนวัยหมดประจำเดือน

 

พญ.ลลิตา ธีระสิริ

 

           ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่า ที่จริงวิตามินและอาหารเสริมล้วนหาได้จากอาหารในชีวิตประจำวัน หากกินอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสมแล้ว ในวัยของแม่ก็ย่อมไม่ต้องการอะไรมาเป็นอาหารเสริมเลย คำว่า “ถูกต้อง” หมายความว่ากินให้ครบ 5 หมู่ กินทั้งคาร์โบไฮเดรท โปรตีน ไขมัน วิตามินเกลือแร่ และน้ำ ส่วนคำว่า “เหมาะสม” หมายความว่าแต่ละหมู่น่ะกินมากน้อยเท่าใดจึงจะทำให้มีสุขภาพดี

           อาหารในชีวิตประจำวันจึงหนีไม่พ้นการกินข้าวกล้องทุกมื้อ กินผักสดผลไม้สดวันละ 5 ส่วนอาหารหรือวันละ ครึ่งกก.ตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ กินโปรตีนไม่มาก เท่ากับวันละ 100-180 กรัมแล้วแต่ว่าคุณตัวโตหรือตัวเล็ก กินไขมันนิดเดียวแบบอาหารไทยดั้งเดิม กินแกงส้ม ต้มยำ ส้มตำ แกงป่า แกงเลียงอะไรทำนองนี้ เท่านี้ก็บรรลุวัตถุประสงค์ของอาหารแนวธรรมชาติบำบัด ซึ่งทำให้มีสุขภาพดี

หากสูงอายุแล้ว เป็นผู้หญิง แต่ทำไม่ได้ตามนี้ จะด้วยเหตุผลอะไรก็เถอะและมีอาการบางอย่าง ก็ควรเลือกใช้วิตามินและอาหารเสริมตามปัญหาสุขภาพตามอาการของตนเอง แต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน ซึ่งจะขอยกตัวอย่างมาแนะนำ สัก 10 รายการ ดังต่อไปนี้

 

          1. อาการสวิงสวายในวัยทอง ร้อนวูบวาบ หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน ซึ่งเป็นกลุ่มอาการในวัยหมดประจำเดือน แนะนำให้ใช้ เซเลเนียม (เม็ดละ 100 ไมโครกรัม) วันละครั้ง ครั้งละ 1 เม็ดหลังอาหารเช้า

          2. หากมีอาการวัยทองรุนแรง ผิวแห้ง แน่นหน้าอก เครียดง่าย ขี้กังวล อ่อนเพลีย ไม่กระฉับกระเฉง ใช้ไอโซฟลาโวน ซึ่งเป็นสารสะกัดจากถั่วเหลือง ซึ่งจะมีประโยชน์กับผู้หญิงสูงวัย และสามารถป้องกันกระดูกผุได้ด้วย เพราะไอโซฟลาโวนจะทำให้การดูดซึมแคลเซี่ยมในระดับลำไส้สะดวกง่ายดายขึ้นให้ใช้ไอโซฟลาโวน เม็ดละ 25-30 มก. ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า เย็น

          3. หากมีอาการผิวพรรณไม่สดใส ไม่มีน้ำไม่มีนวล ปวดเมื่อยทั้งตัว เดี๋ยวปวดหลัง ปวดเอว ปวดตามข้อ หากต้องการทำให้ผู้หญิงวัยนี้มีสุขภาวะที่ดีขึ้น ให้ใช้กรดแกมม่าไลโนเลนิก ร่างกายจะเปลี่ยนกรดไขมันจำเป็นชนิดนี้ให้กลายเป็นโพรสตาแกลนดินอี 1 ซึ่งจะแก้ปัญหานี้ได้ แต่ต้องงดของแสลงประเภท ชา กาแฟ นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว เหล้า บุหรี่ ด้วย จึงจะใช้ได้ผล

           ในท้องตลาดมีกรดแกมม่าไลโนเลนิก อยู่หลายแบบได้แก่ น้ำมันพริมโรสบานเย็น น้ำมันบอเรจและน้ำมันแบล็กเคอร์แรนท์ เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งตามแต่ชอบ โดยใช้วันละ 2 กรัมเช่นน้ำมันพริมโรสบานเย็น เม็ดละ 1 กรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า เย็น (ถ้าเป็นเม็ดละ 500 กรัม ก็ใช้ ครั้งละ 2 เม็ดวันละ 2 ครั้ง เป็นต้น)

           4. หากกระดูกเริ่มผุ (จากการตรวจ) ปวดเมื่อยเนื้อตัวมาก ปวดหลังปวดเอว เกิดอาการนั่งโอยลุกโอย เป็นตะคริวบ่อย ให้ใช้ แคลเซี่ยมร่วมกับแมกเนเซี่ยม ในกรณีของกระดูกผุก็ใช้กับไอโซฟลาโวนดังข้างต้นด้วยก็จะยิ่งดี

           สำหรับแคลเซี่ยมกับแมกเนซี่ยมตามธรรมชาติจะอยู่รวมกันในรูปของแร่ธาตุที่ชื่อ โดโลไมท์ ในท้องตลาดมีขายเป็นอาหารเสริมสำเร็จรูปอยู่แล้ว กินครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2 ครั้งหลังอาหารเช้าเย็น

           5. หากเดินมีเสียงดัง เสียวในข้อเข่าข้อเท้า เดิน ๆ อยู่ดี ๆ ไม่มีแรง ข้อพับลงไป มีอาการปวดข้อ เพราะข้อเสื่อม ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากสูงอายุ ใช้ข้อมานานแล้ว กระดูกอ่อนที่หุ้มกระดูกแข็งที่มาชนกันตรงข้อเข่า ข้อเท้าบางตัวลง ทำให้ปวดข้อ ให้ใช้อาหารเสริมชื่อ กลูโคซามีนและคอนดรอยตินซึ่งมักจะมาคู่กัน เพิ่มความหนาตัวของกระดูกอ่อนในข้อ ใช้ไปนานประมาณ 2 สัปดาห์ก็จะเห็นผล

ให้ใช้กลูโคซามีนและคอนดรอยตินวันละ 1500 มก. เช่นถ้าใช้เม็ดละ 500 มก. ก็ใช้ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร หรือไม่เช่นนั้นหากใช้ชนิดผงซึ่งบรรจุซอง ซองละ 1500 มก. ก็ใช้วันละ 1 ซอง เป็นต้น

           6. หากขี้กังวล ขี้เครียด ห่วงโน่นห่วงนี่เกินกว่าเหตุ นอนไม่ดี สมองทำงานช้าลง ให้ใช้วิตามินบีที่รวมบีทุกชนิด ปริมาณสูงพอสมควร เช่นวิตามิน บี100 คือมีบีทุกประเภทปริมาณ 100 มก. ให้สมองสามารถนำไปสร้างสื่อนำประสาท เพื่อการทำงานของระบบประสาทเป็นไปอย่างราบเรียบยิ่งขึ้น

ให้ใช้ บี 100 ครั้งละ 1 เม็ด วันละครั้ง หลังอาหารเช้า

          7. หากภูมิต้านทานไม่ดี เป็นหวัดบ่อย ติดเชื้อบ่อย รวมทั้งเครียดมากด้วยให้ใช้วิตามินซีชีวภาพ ซึ่งเป็นวิตามินซีเลียนแบบธรรมชาติ ในเม็ดจะประกอบด้วย กรดแอสคอร์บิก อยู่รวมกับ รูติน เอสเปอริดีน ไบโอฟลาโวนอยด์ หรือรวมกับโรสฮิป ดูข้างขวดดี ๆ ว่าไม่ใช่ซี แอลคอร์บิกเฉย ๆ

ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นวิตามินซีไร้กรด หรือมีกรดน้อยจะดีกว่า เพราะวิตามินซีทั่วไปตามท้องตลาดส่วนใหญ่จะมีกรดมาก และจะตกผลึกที่ไต เราคงอยากถนอมไตเอาไว้ใช้นาน ๆ โดยการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นอันตรายต่อไต อย่างซีไร้กรด หรือซีกรดน้อย จริงไหมให้ใช้วิตามินซีชีวภาพเม็ดละ 1 กรัม วันละ 1-2 เม็ด กินครั้งเดียวหลังอาหารเช้า

          8. หากมีอาการแน่นท้อง ลมในท้องมาก ท้องอืดเฟ้อ เรอมาก ท้องเสียง่าย กินอะไรก็เสาะท้องให้ใช้น้ำตาลเชิงซ้อน FOS หรือฟรุกโตโกแซ็คคาไรด์ หรือที่เรียกว่า “พรีไบโอติก” น้ำตาลเชิงซ้อนนี้ร่างกายไม่มีเอนไซม์ย่อยมัน ร่างกายของเราจึงใช้ไม่ได้ มันจะเหลือไปถึงระดับลำไส้แล้วกลายเป็นอาหารของแบคทีเรียที่มีประโยชน์อย่างแลคโตบาซิลไล บิฟิโดแบคทีเรีย เจ้าแบคทีเรียตัวดีจะกินน้ำตาลนี้เป็นอาหารแล้วเพิ่มจำนวน เติบโตขึ้นคลุมแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกายในลำไส้ ทำให้สุขภาพลำไส้ดีขึ้น อาการทางท้องจะหายไปเองภายในเวลา 2 สัปดาห์

ให้ใช้ FOS ครั้งละ 1 ซอง ละลายน้ำดื่มวันละ 3 ครั้ง

          9. หากท้องผูกถ่ายลำบาก ไขมันในเลือดสูงเป็นต้น ให้ใช้ไฟเบอร์อัดเม็ด กินก่อนอาหารทุกมื้อ เวลากินให้ดื่มน้ำตามมาก ๆ เพื่อละลายสารเส้นใยออกมาในทางเดินอาหาร มันจะทำหน้าที่เป็นมวลอุจจาระคอยซับน้ำเอาไว้ ทำให้อุจจาระนิ่ม ระบายออกมาได้ง่ายขึ้น รวมทั้งจะซับไขมันที่กินเข้าไปทิ้งออกมาเป็นอุจจาระเสียบ้าง จึงใช้ควบคุมไขมันในเลือดได้ ส่วนจะใช้เท่าใดนั้นให้ดูตามที่ข้างกล่องระบุเอาไว้

         10. หากมีอาการวิงเวียน หน้ามืด ใจไม่ดี ลมในท้องมาก แน่นหน้าอก ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือยาหอมแบบไทย ๆ ของเราเอง เลือกเอาแบบที่ไม่มีสารตะกั่วปนก็แล้วกัน วิธีกินยาหอม หากอยากให้ได้ผลในทันทีก็คือเอาผงยาหอมใส่ปากอมเอาไว้เลย แล้วค่อยดื่มน้ำตามทีหลัง ยาจะออกฤทธิ์เร็วกว่าการเอายาหอมละลายน้ำแล้วดื่มส่วนจะกินเท่าไรนั้นดูจากฉลากข้างขวด

ข่าวสารสุขภาพ



TripAdvisor