.                    

 

กิจกรรมเพื่อสุขภาพ

< >

Balavi Delivery อาหารสุขภาพ

จานอร่อยเพื่อคนสุขภาพดี จานรักษาโรค ตามแพทย์แนะนำ

โยคะ เพื่อสุขภาพ

การดูแลสุขภาพที่ส่งผลดีต่อด้านร่างกาย และด้านจิตใจ

บรรยาย สัมมนาสุขภาพ

รับจัดบรรยาย สัมมนาสุขภาพ ให้กับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ

คอร์สธรรมชาติบำบัด

สอนปฏิบัติ แนะวิธีดูแลสุขภาพด้วยอาหาร ออกกำลังกาย

ไฮโดรแอโรบิค

การออกกำลังกาย เคลื่อนไหวในน้ำต่อเนื่องกัน มีความหนัก ความเบาผสมผสานกัน มีจังหวะของดนตรี

ฝนตกมานาน เป็นหวัดหลายรอบ
ไอน่ารำคาญ ไม่หายสักที 
ทำอย่างไรดี

ไอเรื้อรัง


พญ.ลลิตา ธีระสิริ

           สภาพอากาศทุกวันนี้ทำให้หลายคนป่วยเป็นหวัดและไข้หวัดกันแทบทุกคน บางรายไม่หายขาด จนป่านนี้ยังไอเรื้อรัง หมดยาปฏิชีวนะไปหลายชุดแล้วก็ยังไม่หายสนิท หากเป็นเช่นนี้ เห็นทีจะพึ่งยาอย่างเดียวไม่ได้แล้ว คงต้องหาทางบำบัดอาการไอเรื้อรังด้วยวิธีการทางธรรมชาติ ดังต่อไปนี้

          1.ดื่มน้ำให้มาก 
อาการไอเรื้อรัง สาเหตุหนึ่งเกิดจากทางเดินหายใจเกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย วิธีทำให้ไอลดลงคือ ดื่มน้ำให้มากเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเนื้อเยื่อในลำคอและหลอดลม 
             วิธีการคือ ดื่มน้ำสะอาด 1 แก้วหลังตื่นนอน หลังอาหารทุกมื้อ หลังมื้อเบรกเช้าและบ่าย รวมทั้งดื่มน้ำก่อนนอน
ข้อสังเกตคือ ดื่มน้ำอุ่นจะดีกว่าน้ำเย็นหรือน้ำแข็ง 
ในบางครั้งอาจจะใช้น้ำมะนาวแทน วิธีทำคือ ใช้น้ำอุ่น 1 แก้ว บีบมะนาวลงไปครึ่งลูก เติมเกลือลงไป 1 หยิบมือ และน้ำผึ้งครึ่งช้อนชา หากกลัวอ้วนก็งดใช้น้ำผึ้งเสีย หรือจะใช้มะขามป้อมปั่นกับน้ำในเบลนเดอร์แทนมะนาว ยิ่งดี หรือสลับเป็นน้ำส้มคั้นสด ๆ ไม่เติมน้ำ ไม่ใส่น้ำตาล ก็ได้

           2.สูดไอน้ำ
คนที่มีเสมหะในคอหรือในหลอดลมจะไอเรื้อรัง หากเสมหะไม่ถูกขับออกมาก็จะไอน่ารำคาญอยู่เช่นนั้น เสมหะยังเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังไม่รู้จบ ต้องขับออกมาให้ได้ แต่ยิ่งไอก็จะยิ่งเปลืองแรง บางคนไอจนเจ็บชายโครงเจ็บหน้าอกไปหมดแล้ว หากอยากให้เสมหะถูกขับออกมา ก็ต้องเอาน้ำไปหล่อลื่นให้เสมหะคลายเหนียวเสียก่อน การดื่มน้ำ หรือน้ำมะนาวมาก ๆ เป็นวิธีหนึ่ง แต่หากประกอบกับการสูดไอน้ำเข้าไป จะทำให้ไอน้ำเข้าไปละลายเสมหะออกมา เป็นการเยียวยาเฉพาะที่
             วิธีการสูดไอน้ำ ทำได้ 2 วิธีคือ
             2.1 สูดไอน้ำเข้าไปโดยตรง 
ให้หากาละมังใหญ่ ใส่น้ำเดือดจัด ๆ มาวางไว้บนโต๊ะ เอาผ้าขนหนูผืนใหญ่ ๆ มาคลุมตัวคลุมกาละมังไว้ แล้วสูดเอาไอน้ำเข้าไปนานครั้งละ 5-10 นาที อาจจะหยดน้ำมันยูคาลิปตัส หรือทีทรี หรือไทม์ อย่างใดอย่างหนึ่งลงไปสัก 2-3 หยด จะทำให้รู้สึกสบายมากขึ้น 
หรือจะใช้น้ำต้มสมุนไพรเช่นฟ้าทะลายโจร หรือเหงือกปลาหมอ หรือ พญายอ หรือทองพันชั่ง อย่างใดอย่างหนึ่งแทน สมุนไพรทั้งหมดนี้มีฤทธิ์แก้อาการอักเสบ หากสูดเอาไอของมันเข้าไปก็เท่ากับเป็นการรักษาเฉพาะที่
             2.2 อบสมุนไพร ซาวน่า อบไอน้ำในห้อง เราหายใจเอาไอน้ำจะระเหยออกมาเข้าไปในปอด ทำให้เสมหะในคอและหลอดลมชุ่มชื้น อ่อนตัว และจะถูกขับออกมาได้ง่าย หลังจากอบความร้อนดังกล่าวแล้วให้ดื่มน้ำตามแก้วโต ๆ บางครั้งก็จะไอเอาเสมหะออกมาได้สะดวกขึ้น

          3. อบความร้อนสลับเย็น
ความร้อนจะกระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เม็ดเลือดขาวก็จะไปซ่อมเนื้อเยื่อของทางเดินอากาศที่อักเสบให้หายเร็วขึ้น รวมทั้งกำจัดแบคทีเรียได้เก่งกว่าเดิม แต่ต้องอบร้อนสลับเย็น 3 รอบจึงจะได้ผลดี
ไม่ว่าจะอบสมุนไพร อบซาวน่า อบไอน้ำ หรือแช่น้ำร้อนในอ่าง ล้วนเป็นการเอาร่างกายไปสัมผัสความร้อนทั้งสิ้น การกระทำดังกล่าวจะกระตุ้นเม็ดเลือดขาวไห้กระปรี้กระเปร่า เปรียบเช่นเอาเม็ดเลือดขาวไปซ้อมรบ จะได้ทำลายแบคทีเรีย และซ่อมเนื้อเยื่อที่อักเสบเก่งขึ้น 
แต่ให้อบความร้อนเช่นที่กล่าวมา 3-5 นาที แล้วสลับอาบน้ำหรือแช่น้ำกระทั่งตัวเย็นลง การทำให้ร่างกายเย็นลงก็เพื่อส่งเม็ดเลือดขาวที่ซ้อมรบเสร็จแล้วเข้าไปสู่ปอด หลอดลม เปรียบได้กับการส่งทหารที่รบเก่งแล้วเข้าสู่สมรภูมิ ไอเรื้อรังก็จะหายเร็วขึ้น

          4.ใช้สมุนไพรแก้ไอเรื้อรัง เช่น

              - เห็ดหูหนูขาว เอามาครั้งละ 1/3-1/4 ดอก แช่น้ำก่อน แล้วตุ๋นในหม้อตุ๋นไฟฟ้าข้ามคืน จากนั้นใส่น้ำตาลกรวดพอให้มีรสหวานปะแล่ม ๆ กินทั้งน้ำและเนื้อ จนกว่าจะหายไอ

              - รังนก กินครั้งละ 1 ขวด วันละครั้ง จนกว่าจะหายไอ หากเลือกวิธีนี้ก็แพงหน่อย

              - ฟ้าทะลายโจร กินครั้งละ 4 เม็ดก่อนอาหาร วันละ 3 ครั้ง แต่ไม่ควรใช้เกิน 7 วัน

              - บอระเพ็ดดองในน้ำผึ้ง ทำได้โดยล้างบอระเพ็ดให้สะอาด ตัดเป็นท่อน ๆ ละ 1 นิ้ว ตากแดด 1 วัน แล้วเอามาใส่ขวด เทน้ำผึ้งลงไปให้ท่วม ดองไว้ 2 เดือน แล้วเอามากิน จะเคี้ยวกินแต่บอระเพ็ดทีละท่อน หรือจะดื่มน้ำผึ้งครั้งละ ½ ช้อนชา วันละ 2-3 ครั้งก็ได้

              - ยาอมแก้ไอมะแว้งหรือยาอมมะขามป้อม อมครั้งละเท่าใด หรืออย่างไรให้ดูจากข้างขวด จนกว่าจะหาย

              - กินมะม่วงไม่รู้หาวมะนาวไม่รู้โห่ หรือหนามแดง เวลารู้สึกระคายคอ

ข่าวสารสุขภาพ



Facebook

TripAdvisor